ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินเเขวน
รหัสทัวร์
     MYSW1_8M/WRT
ทัวร์
     ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินเเขวน
สายการบิน
     Myanmar Airway (8M)
ประเทศ
     พม่า
ระยะเวลา
     3 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้น
     13,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
นมัสการ 3 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
- ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมหาเจดีย์ชเวดากอง (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย)
- นมัสการพระธาตุหักอันศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุมุเตา หรือเจดีย์ชเวมอดอร์ 
- สักการะมหัศจรรย์เจดีย์ พระธาตุอินทร์แขวน 

เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำย่าง //  เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร
กำหนดการ
วันที่ 27 - 29 กรกฎาคม 2561
วันที่ 11 - 13 สิงหาคม 2561
Update ครั้งล่าสุด
     18 มิ.ย. 61 

bookmark




  วันแรก กรุงเทพฯ - ย่างกุ้ง - พระนอนตาหวาน - เจดีย์โบตะทาวน์ - เทพทันใจ - สก๊อตมาร์เก็ต - เจดีย์ชเวดากอง  
สถานที่07.30 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ N 01- 04 สายการบิน Myanmar Airways 
       พบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเอกสารเดินทางให้แก่ทุกท่าน 
 
เดินทาง10.15 น.ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบิน Myanmar Airways International เที่ยวบินที่ 8M 336 
 
สถานที่11.00 น.เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง (เวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
 
อาหารกลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่1)
 
หลังอาหารนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน  ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร มีพระพักต์และขนตาที่งดงาม มีดวงตาที่สดใสเป็นประกายที่ทำจากแก้วที่สั่งพิเศษมาจากต่างประเทศ โดยช่างที่มีฝีมือที่สุดของพม่า  รวมถึงพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย  จากนั้นนำท่านเดินทางนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์  ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์ทหาร 1,000 นาย โดยบัญชาของ พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญ ได้ทรงบัญชาให้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์ ขึ้นเพื่อเก็บพระเกศาธาตุ1 เส้น ที่นายวานิชสองพี่น้องได้อัญเชิญมาขึ้นฝั่ง ณ บริเวณนี้ และอีก 1เส้นนั้นๆได้อัญเชิญไว้ยังเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์โบตะทาวน์ จึงเป็นที่บูชาสถานสำคัญของชาวมอญและชาวพม่าสืบต่อกันมา บริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ และด้านซ้ายมือของเจดีย์โบตะทาวน์ เป็นที่ตั้งของ นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบจี)  เพื่อขอสิ่งที่ตนปรารถนา ตามความเชื่อคือ นิยมนำดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจเพื่อแสดงความนับถือ หากสมหวังดั่งที่ขอแล้วจะนิยมกลับมาถวายสิ่งของตามที่ได้กล่าวขอเอาไว้   ส่วนใหญ่แล้วท่านที่มีโอกาศได้มาขอพรมักจะสมปราถนา จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากมาขอพรที่นี่  จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ตลาด “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า  (ช่วงเทศกาลสงกรานต์สก๊อตมาร์เก็ตปิด)  จากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น  มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2317 เม็ด  มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า      จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดไว้รอบ องค์เจดีย์ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้าง และซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก บริเวณรอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย   ด้วยแรงศรัทธาจึงมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาตินิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย (การเที่ยวชมพระมหาเจดีย์ชเวดากอง แนะนำให้ไปชมในช่วงตอนเย็นถึงค่ำ เพราะอากาศไม่ร้อนและได้ดูพระมหาเจดีย์ในยามที่ไฟส่องตอนกลางคืนด้วย)
อาหารเย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูเป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร (มื้อที่2)

 ที่พักพักที่ Taw Win Garden Hotel/ Pacific Hotel หรือเทียบเท่า


  วันที่สอง    ย่างกุ้ง - หงสาวดี - เจดีย์ไจ๊ปุ่น - เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) - พระราชวังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน   
                                                                                                     
อาหารเช้า บริการอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่3)

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (ด้วยรถโค้ชปรับอากาศ) หงสาวดีอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง ประมาณ 80 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม  เขตหงสาวดี เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีหรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะเป็นเมืองเล็กๆ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่ มีหงส์คู่ตัวผู้และตัวเมีย ได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงต้องการที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและเล็งเห็นเกาะเล็กๆที่นี่ จึงบินมาเกาะ แต่พื้นที่เกาะก็ เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียจึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับหงส์คู่นี้ว่า ต่อไปภายภาคหน้าพื้นที่ๆเจ้ายืนอยู่นั้นจะกลายเป็นพื้นที่ๆยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง ดั่งคำทำนายของพระพุทธเจ้าเมื่อรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนองเมืองบะโก ก็ได้รุ่งเรืองและเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศพม่า จนถึงปัจจุบันเมื่อเดินทางถึงเมืองหงสาวดีจะสังเกตเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดี นำท่านกราบนมัสการ เจดีย์ไจ้ปุ่น พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์ก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก) ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในปี 1930 และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนและให้คำมั่นสัญญาไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ต่อมาน้องคนสุดท้องได้ผิดคำสัญญา จึงเกิด อาเพส ฟ้าฝ่าองค์พระพุทธรูปตัวแทนองค์น้องพังทลายลงมา แม้แต่หากมีการซ่อมแซมบูรณะ มาแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยสมบูรณ์ จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระ เจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของ พระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาล เดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็ก ๆ ครอบพระเกศธาตุเอาไว้ ในศตวรรษที่ 16 พระเจ้าปะหยิ่นหน่าวโปรด ฯ ให้แกะเอามณีบนยอดพระมหามงกุฎไปทำฉัตรยอดถวายเป็นพุทธบูชา ต่อมา พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างฉัตรองค์ใหม่ถวายและเสริมยอดขึ้นไปสูงถึง 90 เมตร ในศตวรรษที่ 20 ได้เกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1930 เกิดความเสียหายอย่างมาก จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงกายและกำลังทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธาจนถึงปัจจุบันพระเจดีย์สูงถึง 114 เมตร ท่านจะได้เห็นเจดีย์องค์เดิมที่พังทลายลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตราบทุกวันเจดีย์องค์ที่หัก ยังคงได้รับการเคารพบูชาจากพุทธศาสนิกชนชาวพม่าอย่างมั่งคงสืบต่อกันมา จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง หากพูดถึงกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของเมืองหงสาวดีก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดโดดเด่นเท่า พระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัย พระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดีทรงทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันในคราวนั้น หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้งประเทศจะเสียเอกราชให้ประเทศอังกฤษต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป แต่ยังคงมีอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้าง  (ช่วงเทศกาลสงกรานต์พระราชวังบุเรงนองปิด)
 
อาหารกลางวันบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี เมนูกุ้งแม่น้ำย่าง 1 ตัวต่อท่าน (มื้อที่4)

หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว) ระหว่างทางผ่าน สะพานแม่น้ำสะโตง ในอดีต   ขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตงในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้วพระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริม ฝั่งแม่น้ำสะโตง  สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงแม่ทัพพม่าตายบนคอช้างนี้ได้นาม ปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่ จนถึงทุกวันนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อ เพื่อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว (ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 1.5 ชั่วโมง) **ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป นั่งกระเช้า   ขึ้นพระธาตุ**ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้าง ทางพร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่นจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรากำลังเดินทางสู่ที่สูง  โรงแรมที่พัก   KYAITHIYO HOTEL หรือเทียบเท่า นำท่านเช็คอิน จัดการเก็บ สัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย หลังจากนั้นนำท่านขึ้น  นมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน  พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาว พม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร และเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของ กวีซีไรส์ ปีพุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน ท่าจะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและบรรยากาศ ธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวาง ของลานพระธาตุอินทร์แขวนซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์  
 
อาหารเย็นบริการอาหารเย็น  ณ ห้องอาหารในโรงแรม (มื้อที่5) 

ที่พักพักที่ 
 KYAITHIYO HOTEL หรือเทียบเท่า

 
 วันที่สาม   พระธาตุอินทร์แขวน - หงสาวดี - ย่างกุ้ง - พระนอนชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - กรุงเทพ  
 อาหาร07.00 น.บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก  (มื้อที่6)
 
หลังอาหารออกเดินทางกลับสู่ หงสาวดี ตามเส้นทางเดิมและตลอดสองข้างทาง ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามยามเช้า วิถีการดำรงชีวิตของชาวพม่า เมื่อถึงหงสาวดี นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระพุทธรูไสยาสน์ ที่มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิค ทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม ลักษณะพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธ ไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน 
ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุทธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสาย3พม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝากอาทิ ไม้แกะสลัก เรือสำเภาไม้จันทร์หอม ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์ลาย ผ้าพื้นบ้าน ฯลฯ
 
อาหารกลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูกุ้งแม่น้ำย่าง 1 ตัวต่อท่าน (มื้อที่7)

หลังอาหารนำท่านเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่สนามบิน มิงกะลาดง เมืองย่างกุ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง
 
เดินทาง16.30 น.ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ Myanmar Airways International  เที่ยวบินที่  8M 331
 
สถานที่18.15 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
                                                      

ข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้บริการ I ข้อตกลง และเงื่อนไขการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ต I นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว I ความมั่นคง ปลอดภัยของเว็บไซต์ 

ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 
 
             
 
            

   

          


Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel

offline Close

Image
Top