ทัวร์ยุโรป Enjoy France 7 Days By Oman Air
รหัสทัวร์
     EUVTG_WY/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ยุโรป Enjoy France 7 Days By Oman Air
สายการบิน
     Oman Air (WY)
ประเทศ
     ยุโรป
ระยะเวลา
     7 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น
     39,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
บินแบบไม่เหนื่อย บินเช้า-ถึงเย็น ไม่มีวันฟรีอิสระ 
เที่ยวแคว้นบลัวร์ ชมเมืองตูร์ เก็บภาพสวยปราสาทชอมบอร์ด
เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ แวะจิแวร์นี่เข้าชมบ้านและสวนโมเน่ต์
ทัวร์เมืองแรงส์ ชมมหาวิหารแห่งแรงส์ มรดกโลก
ล่องเรือแม่น้ำแซน ช้อปปิ้งเต็มอิ่ม La Valle Village & La Fayette
กำหนดการ
วันที่ 13 - 19 เมษายน 2561
วันที่ 16 - 22 เมษายน 2561
Update ครั้งล่าสุด
     19 ก.พ. 61 

bookmark


วันแรก กรุงเทพฯ-มัสกัต (โอมาน)-ปารีส (ฝรั่งเศส) 

สถานที่06.00 น.คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 9  เคาน์เตอร์สายการบินโอมาน แอร์ เคาน์เตอร์ T1-5 เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ท่านก่อนขึ้นเครื่อง (กรุณามาให้ตรงเวลา เนื่องจากกฎของสายการบิน ท่านต้องมาแสดงตัวของท่านเอง)

เดินทาง09.10 น.ออกจากเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY818

สถานที่12.10 น.เดินทางถึงสนามบิน กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จากนั้นนำท่านแวะเปลี่ยนเครื่อง

เดินทาง13.55 น.ออกจากเดินทางจากสนามบินกรุงมัสกัต โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY131

สถานที่19.30  น.เดินทางถึงสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ นครปารีส นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นให้ท่านตรวจรับสัมภาระ และโดยสารรถโค้ชเพื่อเดินทางไปยังที่พัก
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Kyriad Paris Nord Porte de Saint-Ouen / Ibis Styles Roissy CDG หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สอง ปารีส-ชอมบอร์ด-บลัวส์-ตูร์

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  
นำท่านเดินทางสู่ เมืองชอมบอร์ด Chambord เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำลัวร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เส้นเลือดหล่อเลี้ยงแคว้นลัวร์ และเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดของฝรั่งเศส มีความยาวประมาณ 1,013 กิโลเมตร หล่อเลี้ยงต้นองุ่นของหลายร้อยตำบลในหลายแคว้นสองฟากฝั่งมีปราสาทหรือชาโตของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่สวยงามนับพันแห่ง สะท้อนถึงความเป็นอยู่อันหรูหราฟุ่มเฟือยของเจ้าขุนมูลนาย ในยุคนั้น ปัจจุบันปราสาทเหล่านี้กลายเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่สนใจประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส  ให้ท่านแวะถ่ายรูปภายนอกปราสาทชอมบอร์ด Chateau de Chambord เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวังต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำลัวร์ และเพราะเป็นปราสาทที่ ออกญาพระวิสุทธิสุนทร (ปาน) อัครราชทูตกรุงสยามรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  เคยพำนักเมื่อ ครั้งที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส ชอมบอร์ด ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทที่ผสมผสาน สถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ของฝรั่งเศสยุคกลางกับรูปแบบโครงสร้างแบบอิตาเลียนคลาสสิก บาร็อค และ ร็อคโคโค ได้อย่างเหมาะสมและลงตัวที่สุด จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองบลัวส์ Blois อีกหนึ่งเมืองใหญ่แถบดินแดนลุ่มแม่น้ำลัวร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ. ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านชม เมืองบลัวส์ ซึ่งเป็นเป็นเมืองเก่าเเก่โบราณที่มีความสำคัญทางประว้ติศาสตร์และมีชื่อเสียงเเละมีความสวยงาม เหมาะเเก่การมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส ในจังหวัดลัวเรแชร์ แคว้นซ็องทร์-วาลเดอลัวร์ ริมฝั่งแม่น้ำลัวร์ นับว่าเป็นเมืองในยุคเเรกๆ ของฝรั่งเศสตั้งเเต่สมัยที่พวกโกลเข้ามาปกครองในบริเวณเเห่งนี้ ซึ่งในบริเวณเเห่งนี้มีปราสาทหลายแห่งก่อสร้างเเละตั้งเรียงรายกันอยู่ตามแนวเขตเเม่น้ำลัวร์ ชมสะพานหินข้ามแม่น้ำลัวร์ ซึ่งมีความเก่าเเก่เเละสร้างมาตั้งเเต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงดงามของเเม่น้ำลัวร์อย่างชัดเจน รวมถึงชมเขตเมืองเก่าที่มีความสวยงามของอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าที่ได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่มาเป็นร้านค้าเเละร้านอาหารมากมายหลายเเห่ง ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว และเมืองเเห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของราชฑูตสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ส่งไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งก็คือโกษาปาน โดยท่านโกษาปานนั้นได้ขึ้นท่าที่เมืองชายฝั่งก่อนจะเดินทางเพื่อเข้าปารีสเเละเเวะพักที่เมืองบลัวส์เเห่งนี้เป็นเวลา 2 คืนด้วยกันและต่อมาองค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนบริเวณตอนกลางของลุ่มแม่น้ำลัวร์ระหว่างแม่น้ำแมนและซุลลีย์- เซอร์-ลัวร์ ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.2000  จากนั้นให้ท่านถ่ายรูปกับภายนอกพระราชวังแห่งบลัวส์ Blois  Royal Castle หรือ Chateau de Blois พระราชวังที่ตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำลัวร์ เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ รวมทั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 และยังเป็นสถานที่นักบุญโจนส์ออฟอาร์ค เดินทางไปรับพรจากอาร์คบิช้อฟแห่งแรงส์ในปีค.ศ.1429 ตัวพระราชวังตั้งอยู่ใจกลางเมืองบลัวส์ ประกอบ ไปด้วยสิ่งก่อสร้างและอาคารหลายหลังที่สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13-17 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองตูร์ Tours เมืองใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำลัวร์ และมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็นเมืองหลวงของฝรั่งเศสในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 ปัจจุบันเป็นเมือง มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางด้านภาษา วรรณคดีและกฎหมาย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) นำท่านชมเมืองตูร์ ศูนย์กลางของดินแดนที่ได้รับสมญานามว่าอุทยานแห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้มีการกล่าวชมไว้ ในหนังสือ The Lily of the Valley และเป็นเมืองหน้าด่านของการผ่านเข้าไปท่องเที่ยวปราสาทลุ่มแม่น้ำลัวร์ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีความงามและความมั่งคั่งในหลายศตวรรษที่ผ่านมาในสมัยก่อนบริเวณนี้ เป็นที่ตั้งของราชสำนักฝรั่งเศส, ที่อยู่ของข้าราชบริพารและท่านเคานท์ผู้ต้องการจะก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ นำท่านผ่านชมเมือง  โดยรอบ ผ่านชมความงดงามของ วิหารตูร์ Tours Cathedral หรือวิหารเซ้นต์แกไทน์ Saint-Gatien’s Cathedral คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิค ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบุญเซ้นต์แกไทน์ สร้างขึ้นในช่วง  ระหว่าง ค.ศ.1170-1547 โดยมีศิลปะแบบโกธิค ต่อมาวิหารตูร์ได้รับการประกาศให้เป็นอนุเสาวรีย์ทาง  ประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ.1862 จากนั้นนำท่านเดินเล่นบริเวณเมืองเก่าหรือจัตุรัสพลูเมอโร Plumereau Square ศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองตูร์ โดยจัตุรัสถูกโอบล้อมด้วยเหล่าอาคาร  บ้านเรือนยุคกลาง ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบจากไม้ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ตั้งเรียงรายสองฝั่ง จากนั้นชมโบสถ์เซ้นต์มาร์ติน Saint Martin Basilica โบสถ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แด่เซ้นต์มาร์ติน ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่าง ปี ค.ศ.1886-1924 ในรูปแบบนีโอไบเซนไทน์ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังแห่งยุคกลาง Victor Laloux ต่อมาได้กลายเป็นอนุเสาวรรีย์ทางประวัติศาสตร์ ในปี ค.ศ.1840

อาหารค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เขตเมืองเลอมองส์ เพื่อนำท่านเข้าสู่ที่พัก  โรงแรม Novotel Le Mans / Novotel Amboise หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สาม เลอมองส์-แวร์ซายส์-ปารีส 

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์ Versailles (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของมหานครปารีส มีพระราชวังแวร์ซายส์ ที่เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย 

อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ. ภัตตาคารจีน
นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ อดีตพระราชวังในยุคสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่14 ที่สร้างได้อย่างวิจิตร บรรจง จนกลายเป็นต้นแบบของพระราชวังอื่นๆ มากมาย เดิมทีเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศสยังทรงพระเยาว์ ทรงนิยมล่าสัตว์และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงมีการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาในปี 1624 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองบัลลังก์ จึงมีพระประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มมีการปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี 1661 โดยใช้เงินทั้งหมด 5 แสนล้านฟรังค์ คนงานอีก 30,000 คนและใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในปี 1688 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16 ตุลาคม 1789 ปัจจุบัน  พระราชวังแวร์ซายยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้  ให้ท่านชมภายในที่มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ เป็นต้น ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง อาทิ ห้องกระจก (Galerie des Glaces หรือ The Hall of Mirrors) เป็นห้องที่มีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งเคยใช้เป็น ห้องลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับจักรวรรดิเยอรมัน ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และใช้เป็นที่ลงนาม ในเมื่อเยอรมนีบุกตีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย ห้องนี้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงทำการก่อสร้างเอง ภายในห้องประกอบด้วยกระจกยักษ์ 17 บาน เปิดออกแล้วจะเห็นสวนแวร์ซายส์อันสวยงาม ในพระราชวังแวร์ซายส์มีห้องทั้งหมด 700 ห้อง  รวมภาพวาดทั้งหมด 6,123 ภาพ และงานแกะสลักทั้งหมด 15,034 ชิ้น พร้อมฟังบรรยายจากมัคคุเทศก์ทั้งในส่วนของกษัตริย์และพระราชินีรวมทั้งห้องโถงกระจกที่ทูตจากสยามได้เคยเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่14 ให้เวลาท่านเดินเล่นบริเวณอุทยานด้านหลังก่อนเดินทางกลับเข้า นครปารีส มหานครที่คนทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเยือน

อาหารค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Kyriad Paris Nord Porte de Saint-Ouen / Ibis Styles Roissy CDG หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่ ปารีส-แรงส์-ช้อปปิ้ง La Vallee Village Outlet-ปารีส 

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองแรงส์ Reims หรือเมืองไรมส์ เมืองหนึ่งในจังหวัดมาร์น แคว้นชองปาญ-อาร์แดนในประเทศฝรั่งเศส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองแรงส์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครปารีส ก่อตั้งขึ้นโดยโกลและกลายมาเป็นเมืองสำคัญ ระหว่างสมัยจักรวรรดิ์โรมัน ต่อมาเมืองแรงส์มีบทบาทสำคัญต่อราชบัลลังก์ฝรั่งเศสในการเป็นสถานที่สำหรับการทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษของพระมหากษัตริย์ ฝรั่งเศสที่มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งแรงส์ ให้ท่านชมภายนอกของมหาวิหารแรงส์ หรือ มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งแรงส์ Cathédrale Notre-Dame de Reims มหาวิหารของเมืองแรงส์ ประเทศฝรั่งเศส ที่เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนมหาวิหารเดิมที่ถูกไฟไหม้ไปเมื่อ ค.ศ.1211 ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1 ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่ม จากนักบุญเรมี (St.Remi) บาทหลวงของเมืองแรงส์เมื่อ ค.ศ.496 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระแม่มารี ลักษณะเด่นของวิหารแห่งนี้คือหอคอยคู่ที่อยู่ด้านหน้าและความงดงามของปลายแหลมยอดโบสถ์ และรูปปั้นด้านหน้าของพระแม่มารี มหาวิหารนอร์ทเทรอดามแห่งแรงส์ ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโก้ ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1991 และถ่ายรูปกับ Basilica St.Remi วิหารเซ้นต์เรอมีก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1099 เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ต่อมาได้รับการสถาปนาโดยสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 9 ในปี ค.ศ.1049 ปัจจุบันใช้เป็นที่เก็บวัตถุมงคลของนักบุญเรอมี ผู้เสียชีวิตในปี ค.ศ.553

อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ. ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่ เอ้าท์เล็ต La Vallee Village พรีเมี่ยมเอ๊าท์เล็ทขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงปารีส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) ให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมจำนวนกว่า 100 ร้านค้า อาทิ Armani, Coach, Celine, Furla, Guess, Lacoste, Paul Smith, Marc Jacobs เป็นต้น  (เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า อาหารค่ำอิสระตามอัธยาศัย)

วันที่ห้า ปารีส-จิแวร์นี่-ปารีส-ล่องเรือแม่น้ำแซน-ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี 

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองจิแวร์นี Giverny (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เป็นเมืองอันเป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านเล็กๆ และหนึ่งในเจ้าของบ้านเล็กๆ นั้นคือ บ้านโมเน่ต์ Claude Monet ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสม์ที่โด่ง ดัง ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแซงค์ในเขตนอร์มังดี นำท่านเข้าชมบ้านสองชั้นที่ปกคลุมไปด้วยพืชพรรณไม้นานาชนิดที่ถือว่ามีบรรยากาศและทิวทัศน์ที่งดงาม ประกอบไปด้วยห้องและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้านยังคงสภาพเดิม ห้องนั่งเล่น, ห้องนอนและห้องครัวขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทำครัวครบครัน เสมือนเมื่อครั้งโมเน่ต์ยังมีชีวิตอยู่ ไฮไลท์ของบ้านคือ สวนสวย 2 แห่งที่อยู่ในที่เดียวกัน สวนไม้ดอกคลาสสิคสไตล์ฝรั่งเศส “คลอส นอร์ แมนด์” Clos Normand และสวนไม้น้ำ ขึ้นมาคู่กับสวนไม้ดอก เหมือนกับโมเน่ต์ได้ตวัดปลายพู่กันลงบนผ้าใบ กลางสวนไม้น้ำมีสระบัวที่เป็นต้นกำเนิดของภาพเขียนชุดอันเลื่องชื่อ “Water Lilies” เงาสะท้อนบนพื้นน้ำในสระบัวเป็นสิ่งที่โมเน่ต์ชื่นชอบ ให้ท่านเดินเล่นบริเวณสวนสวยแห่งนี้ (ไม่รวมค่าเข้าพิพิธภัณฑ์) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ ปารีส

อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ. ภัตตาคารจีน
 นำท่านชม มหาวิหารนอร์ทเทรอดาม Notre Dame Cathedral มหาวิหารชื่อดังก้องโลกที่จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ชั้นเอกของสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ที่มีความสวยงามทั้งภายในและภายนอก มีผลงานแกะสลักวิจิตรงดงามเกี่ยวกับด้านศาสนาและวัฒนธรรม ถือเป็นวิหารแห่งแรกที่สร้างขึ้นมาในแบบโกธิคคือมียอดหลังคาแหลมสูง ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับมหาวิหารต่างๆ ทั่วโลก และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ มีระยะเวลาการก่อสร้างยาวนานกว่า 182 ปี โดยมีการปรับปรุงซ่อมแซมในส่วนที่มีความเสียหายมาโดยตลอด (ไม่รวมค่าขึ้นหอคอยด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพจากมุมสูง)  จากนั้นนำท่านสัมผัสความงามของเมืองนี้ผ่านการชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งของแม่น้ำแซน ให้ท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซนต์ แม่น้ำสายหลักของนครปารีส ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งและสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารสวยงามต่างๆ  จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ร้านค้าปลอดภาษี ที่กรุงปารีส ราคาถูกกว่าข้างนอกมีส่วนลดพิเศษให้เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น เพื่อให้ได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในราคาถูก เช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนังและเครื่องหนังอื่นๆ มากมาย รวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมจากฝรั่งเศส เชิญท่านช้อปปิ้งจุใจกับสินค้าดิวตี้ฟรีคุณภาพเยี่ยม จากร้านค้าปลอดภาษีชื่อดังของปารีส

อาหารค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Kyriad Paris Nord Porte de Saint-Ouen / Ibis Styles Roissy CDG หรือระดับเทียบเท่า
วันที่หก ปารีส-ช้อปปิ้ง La Fayette

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านชมมหานครปารีส นครหลวงแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลกนำท่านชมโดยรอบเริ่มจากเก็บภาพสวยของหอคอยไอเฟิลบริเวณหน้าโรงเรียนการทหารหรือจัตุรัสทรอคาเดโร,ผ่านชมประตูชัยแห่งจักรพรรดินโปเลียน ณ.จัตุรัสชาร์ลสเดอโกลล์, ถนนชองเอลิเซ่ย่านหรูหราราคาแพงที่โด่งดัง จัตุรัสคองคอร์ตที่ออกแบบโดยเลอโนตร สถาปนิกผู้ริเริ่มสร้างเมืองแวร์ซายส์ให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่ชวนให้ระลึกถึงการปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาหินโอเบลิสจากวิหารลักซอร์ในอียิปต์, โดมอินวาลิด สถานที่เก็บพระศพจักรพรรดินโปเลียน เป็นต้น ให้ท่านถ่ายรูปภายนอกกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ซึ่งได้เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมได้เมื่อปี ค.ศ.1793 มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี ค.ศ.2006 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกและยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส  จากนั้นนำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งแบรนด์เนมสุดหรู ณ ห้างดังใจกลางกรุงปารีส ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ Gallery La Fayetteห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ มีสาขาอยู่     ตามเมืองใหญ่ๆ มากมายในหลายๆ ประเทศ แต่ที่โด่งดังขึ้นชื่อที่สุดคงเป็นสาขาปารีส ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ เปิดกิจการในค.ศ.1894 ในย่านโอเปร่าที่คนปารีสชอบเดินช้อปปิ้งกันมากที่สุด มีแฟชั่นโชว์ให้ชมฟรีทุกๆ สัปดาห์ แถมมีร้านอาหารแบบบริการตนเองกับทิวทัศน์ที่สวยงามบนชั้น 6 ซึ่งสามารถมองเห็นตึกโอเปร่าได้อย่างชัดเจน ห้างสรรพสินค้านี้มีสินค้าหลายหลากแบรนด์ดังไว้สำหรับนักช้อปปิ้ง ให้เลือกสรรได้อย่างครบครัน อาทิ Prada, Gucci, Louis Vuitton, Versace, Chanel, Hermes, Dolce & Gabbana, Burberry เป็นต้น ให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ  (เพื่อความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าของท่าน อาหารกลางวันอิสระตามอัธยาศัย)

สถานที่17.00 น.สมควรแก่เวลานำท่านเตรียมตัวออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอโกลล์ เผื่อเวลาให้ท่านทำการคืนภาษี Vat Refund ที่สนามบิน 

เดินทาง 21.35  น.นำท่านออกเดินทางจากสนามบินชาร์ลเดอโกลล์ โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY132
วันที่เจ็ด มัสกัต (โอมาน)-กรุงเทพฯ

สถานที่06.40  น. เดินทางถึงสนามบิน กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน จากนั้นำท่านแวะเปลี่ยนเครื่อง

เดินทาง08.55 น.ออกจากเดินทางจากสนามบินกรุงมัสกัต โดยสายการบินโอมานแอร์ เที่ยวบินที่ WY815

สถานที่18.00 น.เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  โดยสวัสดิภาพ..
Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       

     
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ หากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

offline Close

Image
Top