ทัวร์อินเดีย อัครา-จัยปูร์-พุชการ์ 5 วัน 2 คืน
รหัสทัวร์
     ER2_WE/WRT
ทัวร์
     ทัวร์อินเดีย อัครา-จัยปูร์-พุชการ์ 5 วัน 2 คืน
สายการบิน
     Thai Smile (WE)
ประเทศ
     อินเดีย
ระยะเวลา
     5 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้น
     29,999 baht
ไฮไลท์ทัวร์

ชัยปุระ - จัยปูร์  - อักรา - อัครฟอร์ด - มินิทัชมาฮาล - อัครา - พระราชวังฟาเตปุระสิกรี - จัยปูร์ - ฮาวา มาฮาล - จัยปูร์ - พุชการ์ - พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด - จัยปูร์ 

กำหนดการ
     วันนี้ - ธันวาคม 2560
Update ครั้งล่าสุด
     18 พ.ย. 60 

bookmark




วันแรก
กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)– ชัยปุระ
19.00 น. คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 4 เคาน์เตอร์ สายการบิน Thai Smile Airways โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับท่าน 
22.05 น. 
เหินฟ้าสู่ เมืองจัยปูร์ ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Thai Smile Airways เที่ยวบินที่ WE337 มีบริการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้ระยะเวลาบินประมาณ 4.40 ชั่วโมง)

วันที่สอง
จัยปูร์  - อักรา – อัครฟอร์ด – มินิทัชมาฮาล
01.15 น. เดินทางถึงสนามบินจัยปูร์ ผ่านพิธีการศุลการกรและรับกระเป๋า นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า "ฮินดูสถาน"  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย (ใช้เวลาเดินทาง 4.30 ชั่วโมง หรือ ประมาณ 247 กม.)
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร
นำท่าน ชมทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของมหาราชาซาจาร์ฮาลที่มีต่อนางอันเป็นที่รักยิ่งมหารานีมุมตัส มาฮาล ทัชมาฮาลสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน ขึ้นครองราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2171 พระองค์มอบความไว้วางใจแก่ อรชุมันท์ พานุ เพคุม และเรียกนางว่า มุมตัซ มาฮาล "อัญมณีแห่งราชวัง" พระมเหสีติดตามพระองค์แม้แต่ในสนามรบ แนะนำพระองค์ในเรื่องราชการของประเทศ และพระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระมเหสียิ่งนัก ครั้นในปี พ.ศ. 2174 (ค.ศ. 1631) พระมเหสีมุมตัซสิ้น  พระชนม์ หลังจากให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 การสิ้นพระชนม์ของพระมเหสีทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันโศกเศร้าอยู่ถึงสองทศวรรษ ราชสมบัติส่วนใหญ่สูญเสียไปเพื่อการสร้างอนุสรณ์แห่งความรักของทั้งสองพระองค์  
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
นำท่านชม อัคราฟอร์ท ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา สร้างในปี 1564 ตามบัญชาของพระเจ้าอักบาร์ กำแพงป้อมสร้างจากหินทราย มีตำหนักต่างๆ ถึง 500 หลัง เป็นศิลปะแบบเบงกาลีและคุชราตี ปัจจุบันเหลืออยู่หลังเดียว คือ ชาหังคีรีมาฮาล เป็นที่ประทับของชายาฮินดูของพระเจ้าอักบาร์ ลักษณะสถาปัตยกรรมจึงเป็นแบบอินเดียแท้ ครั้นถึงสมัยพระเจ้าชาห์ จะ ฮาน ทรงมีบัญชาให้รื้อถอนตำหนักอื่นๆลงทั้งหมด เพื่อสร้างวังที่ประทับใหม่ ลักษณะเป็นศิลปะแบบฮินดูผสมกับอิสลาม รวมถึงหอแปดเหลี่ยม มุสซามานบูรช์ ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ซึ่งชาห์ จะ ฮาน ถูกคุมขังเอาไว้ และเฝ้ามองทัชมาฮาลไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ  จากนั้นนำชมมินิทัชมาฮาล ตามประวัติกล่าวกันว่าที่นี้ถือเป็นต้นแบบของทัชมาลเหมือนกัน
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
พักที่
HOTEL TAJ VILAS / HOTEL MANGO หรือเทียบเท่า

วันที่สาม
อัครา – พระราชวังฟาเตปุระสิกรี – จัยปูร์ – ฮาวา มาฮาล
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร
นำท่านเดินทางไปยัง ฟาเตหปุระสีกรี เป็นเมืองตั้งอยู่ในเขตอำเภออัคระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1569 โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอักบัร และยังใช้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโมกุลระหว่างปี ค.ศ. 1571–1585 ภายหลังจากชัยชนะจากสงครามกับชาวเมืองจิตเตารครห์ (Chitaurgarh) และรณถัมโภระ (Ranthambore) พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยย้ายเมืองหลวงจากอัคระมายังที่แห่งใหม่บริเวณนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของสะพานสิครีเป็นระยะทาง 23 ไมล์ (37 กิโลเมตร) เพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญลัทธิศูฟี พระนามว่า "ซาลิม คิชติ" (Salim Chishti) โดยได้ใช้เวลาออกแบบผังเมืองและสร้างถึง 15 ปี ซึ่งรวมถึงกำแพงเมืองรอบด้าน พระราชวัง ตำหนัก ฮาเร็ม ศาลมัสยิด และอาคารสาธารณูปโภคต่าง ๆ  ทรงตั้งชื่อเมืองว่า "ฟะเตฮาบาด" (Fatehabad) มาจากคำภาษาอาหรับว่า "ฟัตห์" แปลว่า "ชัยชนะ" และต่อมากลายเป็น "ฟเตหปุระสีกรี" (Fatehpur Sikri) ฟเตหปุระสีกรี นั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างในสถาปัตยกรรมโมกุลที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศอินเดีย จากการสันนิษฐานของนักประวัติศาสตร์ จักรพรรดิอักบัรได้มีส่วนร่วมในการออกแบบและก่อสร้างสถานที่แห่งนี้อย่างมาก โดยตั้งใจที่จะชุบชีวิตอันหรูหราของราชสำนักเปอร์เซียโบราณ โดยการวางแผนนั้นรับรูปแบบตามราชสำนักเปอร์เซีย แต่มีการปรับโดยใส่รายละเอียดแบบอินเดีย การก่อสร้างนั้นใช้หินทรายสีแดงที่มีแหล่งอยู่ใกล้เคียงกับฟเตหปุระสีกรี ดังนั้นสิ่งก่อสร้างหลัก ๆ นั้นจะมีสีแดง บริ เวณหมู่ราชมนเทียรประกอบด้วยตำหนักหลายหลังเรียงต่อกันอย่างเรียบร้อยและสมมาตรบนฐานเดียวกัน เป็นลักษณะพิเศษที่นำมาจากการก่อสร้างแบบอาหรับ และเอเชียกลาง โดยองค์รวมแล้ว ถือได้ว่าพระองค์นั้นทรงพระปรีชาสามารถยิ่งในการผสมผสานสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นสถาปัตยกรรมในแบบของพระองค์เอง นครฟเตหปุระสีกรีนั้นถูกทิ้งร้างในปี ค.ศ. 1585 ภายหลังจากการเสร็จ สิ้นเพียงไม่กี่ปีเนื่องจ ากการขาดแคลนแหล่งน้ำ และที่ตั้งของเมืองซึ่งอยู่ใกล้กับอาณาเขตของอาณาจักรราชปุตนะทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจักรพรรดิอักบัรจึงมีพระราชดำริให้ย้ายเมืองหลวงไปยังลาฮอร์แทน ก่อนจะย้ายกลับไปยังอัคระในปี ค.ศ. 1598 ที่ซึ่งพระองค์เริ่มปกครองสมัยแรก ๆ ที่พระองค์มีความสนใจต่อดินแดนแถบเดกกันขึ้น พระองค์มิได้ย้ายกลับมาประทับที่นครแห่งนี้อีกเลย ยกเว้นเพียงช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 1601 เท่านั้น (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม. หรือประมาณ 44 กม.)
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย
เดินทางต่อไปยัง เมืองจัยปูร์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชม. หรือประมาณ 206 กม.) เพื่อชม ฮาวา มาฮาล แปลว่า พระราชวังแห่งสายลม เป็นพระราชวัง ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภ ายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม "ปูร์ดาห์" (หรือ ผ้าคลุมหน้า)พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู และสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของชัยปุระ โดยเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้พาเลส (City Palace) ซึ่งอยู่ในบริเวณติดกันกับเซนานา (Zenana) หรือฮาเร็ม โดยนิยมไปเยี่ยมชมในตอนเช้าพร้อมแสงอาทิตย์ตกกระทบบริเวณหน้าต่างเพื่อชมความงามของช่องลม
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
พักที่
HOTEL AMAR PALACE หรือเทียบเท่า 

วันที่สี่
จัยปูร์ – พุชการ์ – พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร
นำท่านเดินทางไปยัง เมืองพุชการ์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม หรือประมาณ 145 กม.) เพื่อชมวัด  PUSHKAR BRAMHA TEMPLE เป็นวัดฮินดูที่ตั้งอยู่ที่เมืองพุชการ์ในรัฐอินเดียของรัฐราชสถานใกล้กับทะเลสาบ Pushkar อันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตำนานนี้มีการเชื่อมโยงที่ไม่สามารถลบออกได้ วัดเป็นวัดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งที่อุทิศตัวให้กับผู้สร้างศาสนาฮินดู – พรหมอินเดียในอินเดียและยังคงเป็นที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พวกเขา แม้ว่าโครงสร้างของวัดในปัจจุบันจะมีขึ้นในศตวรรษที่ 14 แต่วัดนี้ก็มีอายุ 2000 ปี วัดส่วนใหญ่สร้างจากหินอ่อนและแทงหิน มีจุดสีแดงที่ชัดเจน (shikhara) และ motsa bird motif วิหารศักดิ์สิทธิ์ sanctorum ถือภาพกลางของพระพรหมและพระมเหสีคนที่สองของพระองค์ วัดถูกปกครองโดย Sanyasi นักบวชนิกายเพียส เมื่อ Kartik Poornima เทศกาลที่อุทิศตนเพื่อพราหมณ์จะจัดขึ้นเมื่อมีผู้แสวงบุญจำนวนมากไปที่วัดหลังจากอาบน้ำในทะเลสาบที่ศักดิ์สิทธิ์
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
บ่าย
นำท่านเดินทางกลับเมืองจัยปูร์ นำท่านชม ป้อมปราการแอมเบอร์ (Amber Fort) และ พระราชวังแอมเบอร์ (Amber) สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่เราได้มาชมในเมืองชัยปุระคือ แอมเบอร์ฟอร์ทค่ะ แอมเบอร์ฟอร์ทจะอยู่ห่างออกมาจากเมืองชัยปุระ ราว 10 กิโลเมตรน่าจะได้ การเดินทางมาชมควรมาชมในช่วงเช้าค่ะ เมื่อมาถึงแอมเบอร์ฟอร์ท เราสามารถเดินทางต่อโดยนั่งช้าง หรือ นั่งรถจีป ก็ได้นะคะ (นั่งช้างรวมค่าใช้จ่ายในทัวร์)  ใช้เวลาในการชมพระราชวังราว 2 ชั่วโมง ภายในพระราชวังจะมีรายละเอียดที่สวยงาม มีลวดลายอ่อนช้อย และมีสวน Char Bagh อยู่ภายในพระราชวังด้วย จุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ของพระราชวังแอมเบอร์คือ เรื่องการจัดการระบบน้ำ การนำน้ำจากทะเลสาบ Maota มาใช้ในพระราชวัง ภายในป้อมปราการจะมีส่ วนที่เป็นพระราชาวังด้วยคะคือพระราชวังแอมเบอร์ พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท แต่เดิมเคยเป็นราชธานีชองเมืองชัยปุระ สร้างบนเนินเขาสูงที่ตำแหน่งเดิมเคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) หน้าป้อมปราการจะมีทะเลสาบ Maota อยู่ข้างล่าง และใกล้ๆยังมีชุมชนเก่าอีกด้วย
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหาร
นำท่านช้อปปิ้งเลือซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองก่อนเดินทางกลับ ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน

วันที่ห้า
จัยปูร์ – กรุงเทพฯ
02.15 น. ออกเดินทางจากเมืองจัยปูร์ เพื่อกลับสู่ประเทศไทย โดยสารการบิน Thai Smile Airways เที่ยวบินที่ WE338 มีบริการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง (ใช้ระยะเวลาบินประมาณ 4.40 ชั่วโมง)
08.10 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างปลอดภัย






Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image

offline Close

Image

offline Close

Image
Top