ทัวร์พม่า อินทร์แขวน+9 วัด
รหัสทัวร์
     MYMOR_DD/WRT
ทัวร์
     ทัวร์พม่า อินทร์แขวน+9 วัด
สายการบิน
     Nok Air (DD)
ประเทศ
     พม่า
ระยะเวลา
     2 วัน 1 คืน
ราคาเริ่มต้น
     8,888 baht
ไฮไลท์ทัวร์
พม่า 9 วัดดัง  2 วัน 1 คืน
 
เก็บครบไฮไลท์  “ย่างกุ้ง   หงสาวดี   พระธาตุอินทร์แขวน
เปิดใหม่สู่เส้นทางตำนาน สมเด็จพระนเรศวร สักการะพระเจดีย์แฝดโจงตู่พญา
1 ใน 5 มหาบูชาสถานอันศักดิ์สิทธิ์ “พระธาตุไจทีโย” พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า
ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหาเจดีย์ชเวดากอง และ พระธาตุมุเตา (เจดีย์ชเวมอดอร์)
ตักบาตรพระสงฆ์ 400 กว่ารูป วัดไจ้คะวาย และขอพระ องค์เทพทันใจ,เทพกระซิบ   
เดินทางโดยสายการบินนกแอร์ (DD)
กำหนดการ
วันที่ 31 มีนาคม 2561 ถึง วันที่ 1 เมษายน 2561
วันที่ 14 - 15 เมษายน 2561
วันที่ 21 - 22 เมษายน 2561
Update ครั้งล่าสุด
     19 ก.พ. 61 

bookmark

วันแรก          สนามบินดอนเมือง – เมืองย่างกุ้ง – เมืองหงสาวดี – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – พระธาตุมุเตา – พระนอนยิ้มหวาน – พระเจดีย์แฝดวัดโจงตู – พระธาตุอินทร์แขวน  – พระธาตุอินทร์แขวน (ไจทีโย) – เชิงเขา

สถานที่04.00 น.คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 3 ประตู 6 เคาน์เตอร์สายการบินนกแอร์ (DD) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทาง

เดินทาง06.45 น.ออกเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4230

สถานที่07.30 น.ถึง สนามบินมิงกลาดง เมืองย่างกุ้ง ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (อ่านออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า หานตาวดี) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bago หรือ Pegu ในอดีตเคยเป็นเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของชาวมอญและมีอายุมากกว่า 400 ปีตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าต่อมาพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ยึดครองได้และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอู หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 80 กม. (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) จากนั้นนําชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Buddha) สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) เล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา (Shwe Mordore)  ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี พระเจดีย์องค์นี้ถือว่ามีความโดดเด่นในหลายๆด้าน เก่าแก่กว่า 2,600 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก (ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป) ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทยเคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง 114 เมตร สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 14 เมตร มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน จากนั้นนำท่านชม วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมากท่านสามารถนําสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้

อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร   (พิเศษ! เสริฟกุ้งแม่น้ำหงสา)
นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (พระนอนยิ้มหวาน) กราบนมัสการ พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า อีกทั้งท่านสามารถที่จะเลือกหา เครื่องไม้แกะสลัก ที่มีให้เลือกมากมาย ตลอดสองข้างทางและยังสามารถเลือกซื้อ ของฝาก อาทิเช่น ผ้าพม่า ของที่ระลึกต่างๆ ในราคาถูก นำท่านเข้าสู่  พระเจดีย์แฝดวัดโจงตู เมืองวอ หรือเดิมชื่อ กอแวง อยู่ห่างจากเมืองหงสาวดี ประมาณ 40 กม. จากข้อมูลจากหนังสือตำนานสมเด็จพระนเรศวร ของ มจ.ชาตรี เฉลิมยุคล โดยมีที่ปรึกษา รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ และทีมสำรวจ ได้สันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสระภาพของสมเด็จพระนเรศวร ที่ฝั่งไทยเรียกเมืองนี้ว่า "เมืองแครง" ชมเจดีย์แฝดที่องค์นึงสร้างโดยคนสยามและอีกองค์นึงสร้างขึ้นจากคนมอญและให้ท่านได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด.นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ ระหว่างทางท่านจะข้ามผ่านชมแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้าพระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนต้นคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็นรถบรรทุกหกล้อขนาดเล็ก (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางสักพัก เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา เดินทางถึงที่พัก ให้ท่านอิสระตามพักผ่อนตามอัธยาศัย   นำชม เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock) หรือก้อนหินทอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งสักการะสูงสุดของชาวพม่า เป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผา แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานาน ที่บริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้ทีโย ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือกันลมหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก (พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น. ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน) เชิญท่านสักการะพระธาตุอินทร์แขวนและเก็บภาพประทับใจตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย จากนั้นนำท่านลงจากยอดเขา

อาหารค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พัก THE ETERNITY RESORT หรือเทียบเท่า 

 
วันที่สอง   เชิงเขาไจ้โท – ย่างกุ้ง – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง – เจดีย์โบตาทาวน์ – พระเทพทันใจ – เทพกระซิบ – พระนอนตาหวาน– ตลาดสก๊อต – กรุงเทพฯ

อาหารเช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองย่างกุ้ง (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ให้ท่านได้พักผ่อนบนรถชมวิวสองข้างทาง จนเดินทางถึงเมืองย่างกุ้ง นำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี เจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ยอดฉัตรประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า กว่า 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ขนาดเท่าไข่ไก่บนยอดองค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถงสร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาทปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น (สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต)
อาหารกลางวันรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านกราบนมัสการ เจดีย์โบตาทาวน์ ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์ นำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ตั้งใจไว้    นำท่านข้ามฝั่งถนน สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว การขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน การบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ นำท่าน สักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี หรือ พระนอนตาหวาน (Kyauk Htatgyi Buddha) นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีตาสวยงามที่สุดในประเทศพม่า มีขนตาที่งดงาม ชมพระบาทที่มีภาพมงคล 108 ประการ นำท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ ตลาดโบโจ๊กอองซาน (Bogyoke Aung San) หรือ ตลาดสก๊อต (Scot Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ หมายเหตุ:ตลาดสก๊อต (Scot Market) ปิดทุกวันจันทร์) 

*อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย

หมายเหตุ     คณะควรเดินทางไปถึงสนามบินเพื่อทำการเช็คอินก่อนขึ้นเครื่องประมาณ 2-3 ชม.เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เช่น สภาพการจราจรที่คับคั่ง,สภาพอากาศและอื่นๆ โดยมีตัวแทนบริษัท(มัคคุเทศก์,หัวหน้าทัวร์,คนขับรถ)เป็นผู้พิจารณาและบริหารเวลาอย่างเหมาะสม บริษัทขอสงวนสิทธิ์คืนเงินทุกกรณีหากลูกค้าไม่สามารถขึ้นเครื่องกลับตามวันและเวลาเที่ยวบินที่ระบุในรายการทัวร์.

เดินทาง21.00 น.เดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4239

สถานที่22.45 น.ถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ และประทับใจในบริการ..............
 
 



Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       

     
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ หากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

offline Close

Image
Top