10 อันดับที่เที่ยวใน "พม่า"
Mar 28, 2018 
 

>>>10 อันดับเมือง เนื้อหอมในพม่า 

ที่ต้องไปเยือน สักครั้งในชีวิต  จะมีเมืองไหนบ้างไปดูกันเลย>>>>

1. เมืองย่างกุ้ง (Yangon, Rangoon) ชื่อเขียนหลากหลาย
 
      
 
ก่อนน่านี้ต้องเรียกว่า กรุงย่างกุ้ง เพราะอดีตเป็นเมืองหลวง ก่อนที่รัฐบาลทหารพม่า ได้มีโครงการย้ายเมืองหลวง ไปที่ตอนบนของประเทศ เรียกว่าเมือง   เนปิดอว์ ย่างกุ้งไม่ใช่เพียงแค่เมืองเอกเท่านั้นแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมกันของพลเมืองพม่า หลากหลายเผ่าพันธุ์เป็นศูนย์รวมการศึกษา การเมือง การทหาร การบริหารเศรษฐกิจ รวมอยู่ที่นี่ และเป็นหน้าด่าน ที่จะเข้า จะออก ของคนต่างชาติ และคนในประเทศ  ย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงของพม่าจนถึงปี พ.ศ. 2549 เมื่อรัฐบาลทหารย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองเนปยีดอในภาคกลางของประเทศพม่า ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีประชากรกว่า 7 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของพม่า ย่างกุ้ง มีจำนวนอาคารยุคอาณานิคมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ และเป็นเมืองในยุคอาณานิคมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เศรษฐกิจยุคอาณานิคมมีศูนย์กลางบริเวณรอบเจดีย์สุเลซึ่งขึ้นชื่อว่าเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของ เจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในพม่า ย่างกุ้งยังเป็นที่ตั้งสุสานของจักรพรรดิโมกุลองค์สุดท้าย ซึ่งถูกอังกฤษเนรเทศมายังย่างกุ้งหลังการจลาจลของอินเดียในปี ค.ศ. 1857


2.เมืองหงสาวดี หรือพะโค
 
      
 
พะโค (Bago หรือ Pegu) หรือชื่อในอดีตคือ หงสาวดี  เป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า นครหงสาวดีเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรหงสาวดีของชาวมอญ และอาณาจักรตองอูของชาวพม่า

ประวัติ
หงสาวดี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำพะโค เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต พระเจ้าตะเบ็งชเวตี้เคยเสด็จเข้ามาทำพิธีเจาะพระกรรณที่ฐานพระธาตุมุเตาขณะที่ยังอยู่ในเขตของมอญอยู่ ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะทำสงครามยึดครองหงสาวดีจากชาวมอญ ในปี พ.ศ. 2082 และสถาปนาเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ตองอู เดิมเมืองหงสาวดีเก่ายุคมอญอยู่บริเวณตะวันออกของพระธาตุมุเตา ต่อมาจึงย้ายและสร้างให้ใหญ่กว่าเดิมในยุคพม่า
หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง เนื่องจากพระองค์ให้ทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ที่ชื่อ กัมโพชธานี ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงหลังศึกยุทธหัตถีแล้ว นัดจินหน่องได้ผูกมิตรกับเมืองยะไข่และอยุธยาเพื่อเข้าตีหงสาวดี แต่มหาเถรเสียมเพรียมได้ยุยงให้ตองอูไม่เข้ากับอยุธยา ดังนั้นเมื่อทัพตองอูมาถึงหงสาวดีก็ได้เข้าตีและล้อมเมืองเอาไว้ เมื่อทางหงสาวดีทราบข่าวว่าพระนเรศวรปราบทหารตามแนวชายแดนสำเร็จแล้วจึงเปิดประตูเมืองรับทัพตองอู พระเจ้านันทบุเรงมอบสิทธิ์ขาดในการบัญชาการทัพแก่นัดจินหน่องและเชิญพระเจ้านันทบุเรงไปประทับ ณ ตองอู เพื่อเตรียมรับทัพพระนเรศวร ตองอูได้กวาดต้อนพลเรือนและทรัพย์สินไปยังตองอู ทิ้งเมืองให้ยะไข่ปล้นและเผาเมือง ส่วนพระนเรศวรมาถึงหงสาวดีก็เหลือแต่เมืองที่ถูกเผาแล้ว พระนเรศวรจึงยกทัพไปตีตองอูต่อ หลังจากนั้น ศูนย์กลางอำนาจของพม่าได้ย้ายไปยังอังวะ, อมรปุระ และมัณฑะเลย์ตามลำดับ จนถึงวันที่พม่าเสียเอกราชให้แก่อังกฤษ

3.เมืองไจทีโย (พระธาตุไจทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน)

      

การเดินทางมาที่นี่โดยผ่านมาจากเมืองหงสาวดี นั่งรถประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะมาถึงเขตเมืองไจทีโย เป็นที่ตั้งของ พระธาตุอินทร์แขวน เป็นสถานที่จาริกแสวงบุญของชาวพุทธ ตั้งอยู่ในเขต รัฐมอญ ประเทศพม่า เป็นพระเจดีย์ขนาดเล็ก (7.3 เมตร (24 ฟุต)) สร้างขึ้นบนก้อนหินแกรนิตที่ปิดด้วยทองคำเปลวโดยผู้ที่นับถือศรัทธา เชื่อว่าพระธาตุไจทีโยเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาสูงชันบนยอดเขาไจทีโยอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมา ตามตำนานระบุว่าฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าและนำมาไว้ในมวยผม ตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของฤๅษี ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางไว้บนภูเขา พระธาตุไจทีโยนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวพม่า ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในบริเวณพระธาตุ ซึ่งดูแลโดยพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเฝ้าประตูรั้วรอบขอบชิด ผู้หญิงสามารถเข้าออกได้ที่ระเบียงด้านนอกและลานด้านล่างของก้อนหิน

 
4.เมืองมัณฑะเลย์
มัณฑะเลย์ เป็นอดีตเมืองหลวง และเมืองใหญ่อันดับที่สองของพม่ารองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในภูมิภาคมัณฑะเลย์ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศเหนือ 716 กิโลเมตร ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1857 โดยพระเจ้ามินดง โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑะเลย์ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีความสูง 775 ฟุต
มัณฑะเลย์เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าทางตอนเหนือของพม่า และถือเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากย่างกุ้ง นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญบนเส้นทางการค้าระหว่างอินเดียกับจีน และรัฐบาลพม่ายังให้ความสำคัญโดยตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเข้ามาดำเนินการประมาณ 1,000 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานถลุงเหล็ก และโรงงานผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรกล มัณฑะเลย์ยังเป็นเมืองศูนย์กลางคมนาคม มีทั้งท่าเรือและท่าอากาศยานนานาชาติมัณฑะเลย์
 
ด้านสาธารณูปโภค
ถนนที่ใช้รองรับการขนส่งอยู่ในสภาพค่อนข้างดี สาธารณูปโภคพื้นฐานอื่น ๆ อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า โรงพยาบาล สถานีอนามัย มีคุณภาพ มีการให้บริการที่ดี ส่วนระบบโทรคมนาคม มีความสะดวกสบายพอสมควร สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์จากประเทศไทยได้บางช่องสัญญาณ


5.เมืองพุกาม
 
      
 
พุกาม เมืองในประเทศพม่า เคยเป็นที่ตั้งอาณาจักรโบราณพุกาม (พ.ศ. 1587 - พ.ศ. 1830) เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์พม่า พุกาม เป็นเมืองที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ทั้ง ๆ ที่มีคุณสมบัติเต็มพร้อม ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่ากำลังพยายามเร่งเสนอชื่อและเตรียมความพร้อมให้เป็นมรดกโลกทางศิลปวัฒนธรรมแห่งต่อไป พุกาม ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ อยู่ห่างประมาณ 90 ไมล์ หรือ 145 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัณฑะเลย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เขตเมืองเก่า (เขตที่ตั้งอาณาจักรพุกาม) เขตเมืองใหม่ (เขตที่อยู่อาศัยปัจจุบัน) และยองอู (เขตพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ) มีสนามบินชื่อ สนามบินยองอู เป็นสนามบินประจำเมือง รายได้หลักของเมืองคือ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนที่นี่เสมอทุกช่วงปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากแถบเอเชียด้วยกัน

6.เมืองอมรปุระ
อมรปุระ เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองของพม่าที่ยังคงมนต์ขลังมาจนปัจจุบัน ซึ่งสามารถสัมผัสได้จากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมไปถึงอารยธรรมอันเก่าแก่ของเมืองที่สามารถพบเห็นได้จากเหล่าวัดอารามและเจดีย์ที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆตัวเมือง
วัดมหากันดายน (Maha Gandhayon Kyaung) วัดที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบตองตะมาน (Taungthaman Lake) วัดมหากันดายน เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีภิกษุและสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า 1,200 คน นอกจากนี้แล้วยังมีพระสงฆ์บางส่วนเป็นพระชาวต่างชาติที่มาจากหลายๆประเทศได้แก่ ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ ทะเลสาบตองตะมานมี สะพานอูเบ็ง (U Bein Bridge) สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก สะพานไม้อูเบ็งทอดข้ามทะเลสาบตองตะมานซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ มุ่งตรงไปสู่เจดีย์เจ๊าตอว์กยี (Kyautawgyi Paya) ซึ่งอยู่อีกฝากหนึ่งของทะเลสาบรวมระยะทางยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร

7.เมืองตองยี
ตองยี หรือ ตองจี (Taunggyi) เป็นเมืองหลวงของรัฐฉานในประเทศพม่า ห่างจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 480 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนภูเขาสูง เนื้อที่ประมาณ 24 ตารางกิโลเมตร อากาศค่อนข้างเย็นตลอดปี เพราะที่นี่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 4,712 ฟุต ชื่อตองยีเป็นภาษาพม่า มาจากคำว่า ตอง หรือ ต่อง แปลว่า ภูเขา และ จี แปลว่า ใหญ่ ประชากรร้อยละ 95 นั้นเป็นชาวปะโอ (Pa-Oh)

ประวัติ
เมืองตองยีหรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “เมืองตองคัง” และเมืองนี้เป็นเมืองที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้มาตีเมืองกับพระมหาอุปราชและเจ้าเมืองแปร ปัจจุบันตัวเมืองขยายออกไปเพราะความเจริญทางการค้า สองฟากถนนเป็นตึกแถวแบบต่างจังหวัดของไทย บริเวณที่อยู่ศัยมีต้นไม้เขียวชอุ่ม ดอกไม้เมืองหนาว รัฐฉานอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า เป็นรัฐสำคัญรัฐหนึ่ง ในจำนวนรัฐทั้งเจ็ดของสหภาพพม่า นอกจากชนเผ่าไทใหญ่ ก็มีชนเผ่าต่าง ๆ เช่น ปะโอ ปะหล่อง เป็นต้น ในประวัติศาสตร์ที่ชาวพม่าเขียนกล่าวว่า พวกไทใหญ่เข้ามามีอิทธิพลในเขตภูเขาสูงทางตะวันออก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นพวกที่ทำนาและนับถือศาสนาพุทธ มีระบบการปกครองแบบเจ้าเมืองที่สืบทอดมรดกถึงลูกหลาน แต่ปัจจุบันนี้อำนาจของเจ้าได้เสื่อมไป เพราะอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่นเข้ามาแทนที่ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองประเทศไทยได้ส่งกองทัพพายัพเข้าได้เข้ายึดเมืองตองยีรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐไทยเดิม จนกระทั่งภายหลังสงครามไทยได้ส่งมอบเมืองคืนให้กับกองพลอินเดียที่ 7 เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2488 รัฐบาลไทยสมัย นายควง อภัยวงศ์ ต้องคืนดินแดนส่วนนี้ให้กับสหประชาชาติซึ่งภายหลังอังกฤษได้ผนวกดินแดนนี้เข้ากับประเทศพม่าในเวลาต่อมา
 
8.ทะเลสาบอินเล
 
      
 
ทะเลสาบอินเล หรือไทใหญ่เรียกว่า หนองอางเล เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร ในประเทศพม่า เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลมานานนับร้อยปีแล้ว โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองกลางลำน้ำในทะเลสาบ
เราสามารถเดินทางไปทางรถยนต์ หรือถ้าต้องการประหยัดเวลา ก็สามารถนั่งเครื่องบินภายในประเทศ ลงที่สนามบิน Heho แล้วนั่งรถต่อไปยังท่าเรือ สู่ทะเลสาบอินเล แล้วหาที่พักดีๆ ทั้งระดับธรรมดา และเอ๊กครูซีฟ สัมผัสกับธรรมชาติ และเงียบสงบ และชมวิถีชีวิตของชาว อินทา เยี่ยมชมวัดอันสำคัญๆ ในอินเล 

9.เมืองเชียงตุง
เชียงตุง  เป็นเมืองตั้งอยู่ในรัฐฉานของประเทศพม่า เป็นเมืองของชาวไทเขิน และชาวไทใหญ่ ถือได้ว่า เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองเทียบเท่า เมืองเชียงใหม่แห่งล้านนาไทย และเมืองเชียงรุ่งแห่งสิบสองปันนา โดยชาวไทใหญ่เรียกชื่อเมืองนี้ว่า เก็งตุ๋ง (Keng tung) ในอดีต เชียงตุงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการค้าเชื่อมต่อระหว่างสิบสองปันนากับล้านนา โดยมีพ่อค้าชาวจีนฮ่อเดินทางไปมาค้าขายในเส้นทางนี้

ภูมิศาสตร์
เชียงตุง เป็นจังหวัดหนึ่งในรัฐฉานของพม่า ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน ตั้งอยู่ละติจูดที่ 21 องศา 17 ลิปดา 48 พิลิปดา เหนือ และ ลองจิจูดที่ 99 องศา 40 ลิปดา ตะวันออก (21.2967n , 99.667e) ความสูงประมาณ 2,700 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีรูปร่างเป็นแอ่งกระทะมีภูเขาล้อมรอบ มีที่ราบน้อยมาก จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ เวียงเชียงตุง แม้จะเป็นที่ราบ แต่ก็มีพื้นที่ตะปุ่มตะป่ำ
 
กำแพงเมืองเชียงตุง
กำแพงเมืองเชียงตุงนั้นก็คือ กำแพงที่ล้อมรอบเวียงเชียงตุง พวกเขาก่อกำแพงเมืองโดยอาศัยภูมิประเทศ ใช้วิธีปรับแนวกำแพงเมืองไปตามธรรมชาติ ที่ที่สูงก็ไม่ต้องก่อเพิ่ม ที่ๆต่ำก็เสริมให้สูงขึ้น ทำอย่างนี้จนรอบเวียง ความยาวของกำแพงนั้นคาดว่ายาวพอๆกับกำแพงในเวียงเชียงใหม่ แต่กำแพงเชียงตุงนั้น สูงใหญ่กว่าของเวียงเชียงใหม่ มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ากำแพงเมืองเชียงตุงมีความยาวมาก ก็คือครั้งเมื่อกองทัพในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งมีกำลังพลนับหมื่นคน แต่ก็มิสามารถล้อมได้หมด เนื่องจากกำแพงนั้นใหญ่มาก โดยเฉพาะทางทิศเหนือ ซึ่งในสมัยนั้น ต้องตั้งค่ายทางทิศนี้ถึง 12 ค่าย
 
10.เมืองสิเรียม
เมืองสิเรียมเป็นเมืองเล็กที่อยู่ห่างไม่ไกลออกจากเมืองย่างกุ้งเท่าไหร่ ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำหงสาวดี กับแม่น้ำย่างกุ้ง ซึ่งในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองสำคัญในการเดินเรือของชาวโปตุเกสและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำการค้าขาย ปัจจุบันเมืองสิเรียมเป็นเมืองอุตสาหกรรมอีกเมืองที่ยิ่งใหญ่ของพม่าและเป็นเมืองท่าที่มีการนำเข้ามาที่สุด ส่วนมากประชาชาวเมืองสิเรียมส่วนใหญ่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมัน และทำงานโรงงานในโรงเบียร์ และโรงงานเหล้าที่มีต่างชาติเป็นเจ้าของเข้ามาลงทุนประชากรส่วนมากเป็นชาวพม่าเชื้อชายอินเดียผสม
พระเจดีย์เยเลพญา เจดีย์เยเลพญา หรือ เจดีย์กลางน้ำ ที่คนไทยรู้จัก ตามตำนานของสมัยก่อนเล่ากันมาว่าเจดีย์แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยมอญมีอำนาจสุด เมื่อราวพันกว่าสมัยก่อนนู้นโดยมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้างและยังได้ตั้งจิตอธิษฐาน ถ้าเกิดน้ำขึ้นเจดีย์กลางน้ำแห่งนี้น้ำไม่ท่วม จึงเป็นแรงผลักดันและความเชื่อให้ชาวพม่านิยมเดินทางมากราบไหว้และขอพร ณ เจดีย์กลางน้ำแห่งนี้และผู้คนส่วนมากก็จะอธิฐาน ถ้าน้ำท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ ถ้ามีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไหร่ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างบนเกาะมีสภาพเป็นเพียงเกาะเล็กๆกลางแม่น้ำกว้างใหญ่ เท่านั้น  และเจดีย์แห่งนี้ยังมีความเชื่อว่าหากกราบไหว้ขอพระแล้วจะประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจการงานการค้าขาย
 
 

ข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้บริการ I ข้อตกลง และเงื่อนไขการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ต I นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว I ความมั่นคง ปลอดภัยของเว็บไซต์ 

ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 
 
             
 
            

   

          


Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel

offline Close

Image
Top