14 เมนู อาหารเกาหลีแท้ ที่คุณต้องลอง!!
Mar 24, 2018 
"เรื่องราวเกี่ยวกับอาหาร ในแดนกิมจิ"  
ในประเทศเกาหลี ไม่มีคำว่าที่สิ้นสุดในสิ่งที่ผู้คนสามารถมองเห็นและสัมผัสประสบการณ์ได้ แต่ว่าการลองทานอาหารเกาหลีนั้นจะอยู่ในรายการที่ต้องทำมากที่สุดลำดับต้นๆที่ไม่สามารถทนรอให้ขีดฆ่าไปได้!


14 เมนูพิเศษ!!สร้างความประทับใจในรสชาติที่แท้จริงของเกาหลีกันเลย!

 
 
             

 
 

1. บิบิมบับ: ข้าวที่มีรสชาติของสารอาหารที่ล้นเหลือ    
 
       
 
บิบิมบับ หรือข้าวสวยผสมกับผัก, เนื้อวัวผัดและทวีกัก (สาหร่ายทะเลแห้งหรือผักทอดในน้ำมัน) เป็นหนึ่งในความเป็นเกาหลีที่ชัดเจน มีความเชื่อทั่วไปเกี่ยวกับต้นกำเนิดของบิบิมบับอยู่ 3 อย่าง ทฤษฎีที่หนึ่งคือ เกิดจากการผสมของ บับ (ข้าว) กับอาหารอื่น ๆ ที่ใช้ในพระราชพิธีไหว้บรรพบุรุษ อึมบก ทฤษฎีอื่นบอกว่า บิบิมบับ มาจากการผสมของเหลือเข้าด้วยกันเป็นอาหารว่างยามเที่ยงคืนในวันส่งท้ายปีใหม่ทางจันทรคติ และทฤษฎีสุดท้ายคือการที่เกษตรกรที่ออกไปทำงานในทุ่งนาจะนำมาอาหารส่วนหนึ่งมาผสมเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้มื้ออาหารและแบ่งออกเท่า ๆ 


 
2. ซัมกเย-ทัง: สร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ตัวเองในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนระอุ 
 
       
 
 
ซัมกเย-ทัง จะทำโดยการเคี่ยวไก่สาวทั้งตัว ยัดด้วยโสม รากของ hedysarum, พุทรา กระเทียมและข้าวหวาน ถือว่าเป็นมื้อที่ให้พลังงานอย่างดีที่สุดที่จะกินในวันที่อากาศร้อน ทั้งยังเป็นอาหารเกาหลีคลาสสิกที่ได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักทานทุกเชื้อชาติ นักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น Murakami Ryu และผู้กำกับภาพยนตร์จีน จางอี้โหมวก็ยกย่องมื้ออาหารนี้อย่างมากมาย ร้านอาหารหลายแห่งมีการเพิ่ม ซัมกเย-ทังลงไปในเมนูของพวกเขาในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นตัวอย่างความนิยมของมัน
 


 
3. บุลโกกิ: อาหารหวานในวันพิเศษ  
 
       
 
บุลโกกิ จะถูกจัดเตรียมโดยการหมักชิ้นเนื้อบาง ๆ ในซอสถั่วเหลืองหวานก่อนที่จะนำไปย่าง บุลโกกิเป็นอาหารชั้นสูงที่จะถูกเสิร์ฟในราชสำนักและบ้านของยังบัน (คนชั้นสูง) เท่านั้นในอดีต บุลโกกิ มาจากเมนูที่เรียกว่า แม็กจ็อก โดยที่ แม็ก เป็นชื่อของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน และยังมีการอ้างอิงถึงโคคูรยอ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่เก่าแก่ที่สุดของเกาหลี แม็กจ็อก ทำด้วยเนื้อย่างเสียบไม้ และเป็นไปตามยุคสมัย บุลโกกิจะถูกนำเสนอในรูปแบบการย่าง ซึ่งทำให้การเสียบไม้นั้นล้าสมัยไป



4. แนงเมียน: ซุปก๋วยเตี๋ยวที่เย็นและสดชื่น
 
      
 
แนงเมียน, บะหมี่โซบะเย็น ที่ถือว่าเป็นอาหารในช่วงฤดูร้อน แต่นั่นก็ไม่เสมอไป มันเคยถูกนำมาทานบนพื้นอนดลที่อุ่นๆอย่างเพลิดเพลิน(ระบบทำความร้อนใต้ดิน) ในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิแช่แข็ง น้ำซุปถูกทำขึ้นมาด้วยน้ำเกลือของดงชีมี (กิมจิน้ำหัวไชเท้า) ที่อุ้มเอามาจากไหขนาดใหญ่ที่ถูกฝังครึ่งอยู่ในพื้นดินในช่วงฤดูหนาวแม้ว่าต้นกำเนิดของมันยังคงไม่ชัดเจน แต่ด้วยพื้นฐานของความจริงที่ว่าโซบะเป็นที่รู้จักโดยจักรวรรดิมองโกลในช่วงราชวงศ์โครยอ มันจึงเป็นทฤษฎีที่ว่าชาวเกาหลีเริ่มรับประทานครั้งแรกในช่วงเวลานั้น


 
5. กิมจิ: ประเพณีหมักกว่า 1,500 ปี   
 
      
 
กิมจิเป็นอาหารหมักดองที่ทำด้วยผักและความหลากหลายของส่วนผสม ในช่วงที่วิธีการเก็บรักษายังไม่ได้มีการพัฒนา กิมจิได้เป็นแหล่งสำคัญของวิตามินในฤดูหนาวเมื่อผักสดนั้นไม่สามารถหากินได้ กิมจิมีมากกว่าสามร้อยอย่าง แต่เมื่อครั้งที่มันถูกหมักเป็นครั้งแรกในยุคสามก๊กนั้น (ค.ศ. 57-668) เป็นสูตรที่ง่ายมาก โดยการใช้เกลือและเก็บกะหล่ำปลีนาปาในภาชนะเซรามิกสำหรับการหมักดอง จากอะไรเดิมๆที่เป็นการดองเค็มแบบง่าย ตอนนี้ได้กลายมาเป็นอาหารจานที่ซับซ้อนที่ต้องปรุงรสและสารพัดที่มีความแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศ สภาพทางภูมิศาสตร์ วัตถุดิบในท้องถิ่น วิธีการเตรียม และการเก็บรักษา 



6. ซุนดูบู-จีแก: แหล่งที่ดีที่สุดของโปรตีน 
 
      
 
ซุนดูบู นั้นเริ่มจากการทำในลักษณะเดียวกันกับการทำเต้าหู้แบบธรรมดา ลำดับแรก ให้ต้มถั่วเหลืองที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทำให้จับตัวกันโดยการเพิ่มน้ำเกลือ อย่างไรก็ตาม ซุนดูบูนั้นจำม่มีขั้นตอนของการบีบน้ำและการกดเต้าหู้ถั่วให้เป็นก้อน ทำให้มันง่ายต่อการย่อย มีเนื้อเนียนและบางเบา ในหมู่บ้านโชดัง ซุนดูบูในคังนึง จังหวัดคังวอน-โดนั้นมีชื่อเสียงในด้านซุนดูบู น้ำสะอาดจากทะเลตะวันออกจะถูกนำมาใช้เป็นน้ำเกลือที่จะทำให้เต้าหู้หนา มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ โชดัง ฮอย็อบ ผู้พิพากษาในคังนึง ในช่วงกลางของราชวงศ์โชซอน ทำเต้าหู้จากน้ำทะเลที่มาจากน้ำพุที่หน้าบ้านของเขาแทนน้ำเกลือ ชื่อของโชดังจึงถูกนำมาใช้จากนามปากกาของฮอย็อบ


 
7. มันดู: เมนูที่ย้อนหลังไปถึงสมัยราชวงศ์โครยอ  
 
       
 
มันดู คือ เกี๊ยวนึ่ง ทำโดยยัดไส้เนื้อสับและผักลงบนแผ่นขนาดกลม รีดบาง และการปิดผนึกที่ขอบ อาหารเมนูนี้ถูกจัดทำขึ้นครั้งแรกสำหรับพิธีไหว้บรรพบุรุษหรืองานเลี้ยงและนำมาทานอย่างเพลิดเพลินเป็นอาหารจานพิเศษสำหรับวันที่หนาวเย็น หากพูดถึงที่มาของเกี๊ยวเกาหลีแล้วล่ะก็ เพลงพื้นบ้านอันโด่งดังที่มีชื่อว่า “ซังฮวาจอม” (ร้านเกี๊ยว) จากราชวงศ์โครยอจะเป็นที่กล่าวถึงอยู่บ่อยครั้ง บทเพลงได้อธิบายถึงการที่กลุ่มของชาวอุยกูร์ได้มาถึง และกล่าวว่าผู้คนในช่วงนั้นมีความสุขกับอาหารเมนูนี้มากขนาดไหน บางคนพูดถึงเพลงและกล่าวติดตลกว่าชาวมองโกลที่มาเปิดร้านเกี๊ยวในปี 1279 นั้นอาจจะเป็นนักลงทุนชาวต่างชาติคนแรกที่ในเกาหลีก็เป็นได้


 
8. คัลบี-จิม: เปื่อยและนุ่ม อาหารที่จำเป็นในวันหยุด   
 
       

คัลบี-จิม(ซี่โครงสั้นตุ๋น) ทำจากการเนื้อวัว ส่วนตัดที่ดีที่สุดและแพงที่สุดของ ดังนั้น คัลบี-จิมมักจะทานกันในโอกาสพิเศษหรือวันหยุดเมื่อสมาชิกในครอบครัวมารวมตัวกัน การปรุงอาหารเกาหลีจะประกอบไปด้วยอาหารประเภทตุ๋นจำนวนมากที่ต้องใช้ทักษะอย่างมากการในทำอาหาร คัลบี-จิมก็เป็นเมนูหนึ่งดังกล่าวที่ได้รับความนิยมในหมู่นักทานอาหารนานาชาติเป็นอย่างดี เวลาทำคัลบี-จิมนั้น ไขมันบนซี่โครงขนาดสั้นจะถูกดึงออกอย่างระมัดระวังก่อนจะนำมาเคี่ยว มีการนำแครอท ถั่ว แปะก๊วย และเม็ดเกาลัดมาใส่เพิ่มเติม และปิดท้ายด้วยพโย-โก (เห็ดหอม) และประดับด้วยไข่ที่นำมาโรยด้านบนเพื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมการ คัลบี-จิมที่เคลือบด้วยซอสถั่วเหลืองนั้น ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่หลากหลาย แล้ว แต่ยังน่ากินจนชวนน้ำลายไหลทีเดียว



9. เชยุก-บกกึม: มีให้ร่วมแบ่งปันมากมายในขณะที่ยังร้อนฉ่า  
 
       
 
เชยุก-บกกึม(หมูผัดเผ็ด) เป็นหนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดที่ถูกปรุงด้วยโกชู-จัง มันเป็นอาหารประเภทผัดกับไหล่หมูชิ้นหนาที่หมักในซอสและเครื่องปรุงรสเผ็ด ก่อนปี 1950 นั้นใช้แค่ต้นหอม พริกไทยดำ และซอสถั่วเหลืองเท่านั้น แต่รูปแบบในปัจจุบันที่มีการหมักเชหยุก-บกกึมในซอสและโกชู-จังนั้นเชื่อว่าเกิดขึ้นหลังจากนั้น เนื่องจากเป็นเนื้อตัวเลือกที่แสนอร่อยและราคาไม่แพง เชหยุก-บกกึมจึงเป็นอาหารโปรดปรานของบรรดาคนหนุ่มสาวที่มีงบประมาณที่จำกัด



10. พาจอน: คู่ที่สมบูรณ์แบบกับมักกอลลีในวันฝนตก 
 
       
 
พาจอน (แพนเค้กต้นหอม) เป็นการผสมแป้งข้าวสาลีและต้นหอมเข้าด้วยกันและทอดบนแผ่นเหล็กที่ตื้น เมนูนี้เข้ากันได้ดีอย่างมหัศจรรย์กับ ดงดงจู แช่เย็น (ไวน์ข้าวลอย) ด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้คนเชื่อมโยงฝนกับพาจอน บางคนบอกว่าเป็นเพราะเสียงเม็ดฝนที่ตกลงบนพื้นดิน หรือหน้าต่าง ทำให้ผู้คนนึกถึงเสียงน้ำมันกระเด็นดังฉ่าเวลาที่ทอดพาจอน และทฤษฎีนี้อาจจะไม่ไกลจากความเป็นจริงอย่างที่ท่านคิดไว้ก็เป็นได้ เนื่องจากตามการทดลองที่ดำเนินการในห้องปฏิบัติการวิศวกรรมเสียงนั้น เสียงทั้งสองอย่างมีความถี่และการสั่นสะเทือนที่เกือบจะเหมือนกันเลยทีเดียว



11. จับแช: จานคลาสสิกในวันเทศกาล  
 
      
 
จับแช (ผัดวุ้นเส้นกับผัก) ทำโดยการต้มวุ้นเส้นแล้วระบายน้ำทิ้ง จากนั้นจึงนำมาผสมกับผัดผักและเนื้อสัตว์ ไม่มีงานเทศกาลของเกาหลีไหนที่จะสมบูรณ์โดยไม่มีจับแช มันเป็นอาหารจานที่หรูหราและสง่างามและที่ถูกนำมาเสิร์ฟอยู่เสมอในงานวันเกิด, งานแต่งงาน และงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีในวันคล้ายวันเกิดมาเป็นเวลาช้านาน จับแชถูกทำขึ้นเป็นครั้งแรกในศตวรรษที่ 17 เมื่อกษัตริย์ควังแฮกุน ของราชวงศ์โชซอนเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงในพระราชวัง มันถูกบันทึกไว้ในควังแฮกุน อิลกี (บันทึกประจำวันของกษัตริย์รัชกาลควังแฮกุน) ว่าเป็นหนึ่งในคนโปรดของกษัตริย์ที่ชื่อยี ชุง นั้น มีนิสัยส่วนตัวที่ชอบนำเสนออาหารที่ผิดแผกจากปกติถวายแด่กษัตริย์  กษัตริย์ควังแฮกุนทรงโปรดอาหารเหล่านี้มากจนกระทั่งที่ว่าพระองค์จะไม่เริ่มทานมื้ออาหารจนกว่าอาหารเหล่านั้นจะมาถึง หนึ่งในบรรดาอาหารที่ไม่ซ้ำกันเหล่านั้นก็คือจับแช ซึ่งกษัตริย์ทรงโปรดปรานมากกว่าอาหารอื่นใดทั้งหมด


 
12. คิมบับ: อาหารเต็มรูปแบบในม้วนเดียว  
 
      
 
คิมบับ ทำโดยการแผ่ข้าวขาวลงบนแผ่น คิม (สาหร่ายทะเลแห้ง) และทำเป็นชั้นๆด้วยผักโขม หัวไชเท้าดอง แครอท ไข่ และเนื้อวัว จากนั้นจึงทำการม้วนขึ้นเหมือนกับซูชิ ในปี 1960 และ 1970 ที่คิมบับ อาหารที่เรารู้จักในวันนี้  ถูกม้วนขึ้นในรูปแบบทรงกระบอก ได้กลายมาเป็นที่นิยม ข้าวม้วนนี้เป็นอาหารกลางวันปิกนิกเริ่มต้นสำหรับฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงนอกสถานที่โรงเรียนเป็นประจำทุกปี ชาวเกาหลีหลายคนยังคงจำการกินชิ้นส่วนหัวและท้ายของคิมบับม้วนในขณะที่คุณแม่ของพวกเขาเตรียมคิมบับให้ ในตอนเช้าของการไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนได้เป็นอย่างดี


 
13. ต็อกบกกี: อาหารว่างที่เป็นที่นิยมมากที่สุด 
 
      
 
แต่เดิมนั้น ต็อกบกกี ไม่ได้เป็นอาหารจานเผ็ด ในราชสำนักของโชซอน มันถูกจัดทำขึ้นโดยการเคี่ยวเนื้อ, แครอท, หัวหอม, พโย-โก(เห็ดหอม) และส่วนผสมอื่น ๆ ร่วมกับเค้กข้าวในซอสถั่วเหลือง ส่วนผสมที่มีสีสันนั้นทำให้เป็นที่ดึงดูดทางสายตาเช่นเดียวกับทางโภชนาการ เป็นที่เชื่อกันว่าต็อกบกกีที่ปรุงรสด้วยโกชู-จังอย่างเผ็ดปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี 1950 และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมาในช่วงปี 1970


 
14. ทักคังจอง: ไม่เป็นสองรองใครและเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มทุกชนิด  
 
     
 
ทักคังจอง ทำโดยการทอดไก่เคลือบด้วยแป้ง ไก่ที่ทอดแล้วจะถูกนำมาคลุกในซอสรสเผ็ดหวาน ๆ ที่ถูกเคี่ยว เมนูที่ขายในศูนย์นักท่องเที่ยวและตลาดปลาซกโช (ตลาดจุงอัง) นั้นมีชื่อเสียงสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็น ทักคังจองเป็นที่นิยมทุกคนด้วยรสที่มีความหวานและเผ็ดของมัน และการเก็บรักษาเนื้อที่กรอบและนุ่มของไก่ถึงแม้ว่าจะถูกเสิร์ฟแบบเย็นก็ตาม


 
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://kto.or.th
 
 
 

ข้อตกลง และเงื่อนไขการใช้บริการ I ข้อตกลง และเงื่อนไขการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านอินเตอร์เน็ต I นโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัว I ความมั่นคง ปลอดภัยของเว็บไซต์ 

ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 
 
             
 
            

   

          


Copyright © 2012-2018 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel

offline Close

Image
Top