ทัวร์พม่า พาเพลิน ย่างกุ้ง หงสาวดี 2 วัน 1 คืน
รหัสทัวร์
     SBT2_DD/WRT
ทัวร์
     ทัวร์พม่า พาเพลิน ย่างกุ้ง หงสาวดี 2 วัน 1 คืน
สายการบิน
     Nok Air (DD)
ประเทศ
     พม่า
ระยะเวลา
     2 วัน 1 คืน
ราคาเริ่มต้น
     6,999 baht
ไฮไลท์ทัวร์
1.      สักการะ 2 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ชเวมอดอร์
2.      ขอพรเทพทันใจ และขอพรจากพระพุทธรูปทองคำ ที่ เจดีย์โบตาทาวน์
3.      ช้อปปิ้งสินค้าพิ้นมือง แบบจุใจ ณ ตลาดสก๊อต
4.      อิ่มอร่อยกับกุ้งแม่น้ำย่าง เป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร และอาหารไทย
5.      พักดี 4 ดาว
กำหนดการ
วันที่ 29 - 30 สิงหาคม 2560
วันที่ 30 - 31 สิงหาคม 2560
Update ครั้งล่าสุด
     24 ส.ค. 60 

bookmark



วันแรก
กรุงเทพฯ( ดอนเมือง) - ย่างกุ้ง - หงสาวดี - วัดไจ้คะวาย - เจดีย์ชเวมอร์ดอร์ - พระราชวังบุเรงนอง - พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว - ย่างกุ้ง - เจดีย์ชเวดากอง
04.00 น.
พร้อมกัน ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 2 เคาน์เตอร์ สายการบินนกแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางให้กับท่าน
06.30 น. ออกเดินทางสู่ ย่างกุ้ง โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD4230
07.15 น.
เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี (เมืองแห่งตำนานหงส์คู่) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) หงสาวดีหรือที่คนพม่าเรียกว่าเมือง "พะโค" ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า 
ตำนานเมืองหงสาวดี ครั้งเมื่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ตั้งแต่ครั้งบริเวณนี้ยังเป็นทะเล ทอดพระเนตรเห็นหงส์ทองป้องปีกกระทำสักการะ จึงมีพุทธทำนายว่าอนาคตจะมีกษัตริย์ผู้ทรงธรรมมาตั้งเมืองที่เรืองโรจน์ด้วยพุทธศาสนาที่นี่ จึงได้ชื่อว่า “หงสาวดี” หรือ “หานตาวดี” อันเป็นคำตอบว่าเหตุใดสัญลักษณ์ของชนชาติมอญจึงเป็นหงส์ บางตำราว่า หงส์นั้นเป็นตัวผู้และตัวเมียระหว่างบินผ่านทะเล แลเห็นดินดอนเล็กๆพอให้ร่อนลงไปเกาะพักเหนื่อยได้ โดยตัวผู้ให้ตัวเมียเกาะหลัง ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดีตราบจนปัจจุบัน
นำท่าน ตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่ วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไป ศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมาก ท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้ 
จากนั้นนำท่าน สักการะ พระเจดีย์ชเวมอดอว์ เจดีย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์แห่งหงสาวดี และนับเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คนไทยนิยมเรียกว่า “พระธาตุมุเตา” ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งครั้งก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้ ยังเคยผ่านการพังทลายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วถึง 4 ครั้ง ทำให้ปลียอดของเจดีย์องค์นี้หักพังลงมา แต่ด้วยความศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเจดีย์องค์นี้ จึงได้ทำการสร้างเจดีย์ชเวมอดอว์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ.2497 ด้วยความสูงถึง 374 ฟุต (ตอนแรกที่สร้างสูง 70 ฟุต) นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไหว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน  ท่านจะได้นมัสการ ณ จุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (กุ้งแม่น้ำย่าง ท่านละ 1 ตัว)
บ่าย
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ปี พ.ศ. 2142 ในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกัน มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ในดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งพระตำหนักที่ประทับบรรทมสีทองเหลืองอร่ามที่ดูโดดเด่นชวนมองในรูปแบบสถาปัตยกรรมพม่า และท้องพระโรงที่ใช้ออกว่าการก็ดูโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมพม่าสีทองเหลืองอร่ามทั้งภายนอกและภายใน 
นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบัน   อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม  ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆ 
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งมีอายุมากกว่า 500 ปี เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ที่มีความงดงามเป็นเอกของศิลปะแบบมอญ ประกอบ ด้วยพระสมณะโคดม (ทิศเหนือ), พระโกนาคม (ทิศใต้), พระกกุสันโธ (ทิศตะวันออก) และพระมหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งได้เกิดพังทลายและได้มีการบูรณะใหม่ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะสวยงามแตกต่างไปจากองค์อื่นๆ 
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงย่างกุ้ง
นำท่าน สักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด  มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างและซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก  รอบๆฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย ณ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความงามของวิหารทิศที่ทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆ ที่เรียกว่า พยาธาตุ รายรอบองค์พระเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารไทย)
ที่พัก GRAND UNITED HOTEL  (AHLONE) หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

วันที่สอง
พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี - เจดีย์โบตะทาวน์  (เทพทันใจ) – ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต – วัดบารมี – วัดพระหินอ่อน  - ช้างเผือก – ดอนเมือง
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังจากนั้นนำท่าน สักการะ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ซึ่งเป็นพระนอนที่มีความสวยงามที่สุดและดวงตาสวยที่สุดของประเทศพม่าที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักรข้างละองค์ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วยรูปอัฎจุตรสตกมงคล 108 ประการ พระบาทมีลักษณะซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย
นำท่านนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์  ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิด  นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต  และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจ
กลางวัน
รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (เป็ดปักกิ่ง + สลัดกุ้งมังกร)
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ ตลาดสก๊อตมาร์เก็ต ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า (ตลาดสก๊อตปิดทุกวันจันทร์)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดพระบารมี หรือ วัดบารมี วัดเก็บพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนมือจะสามารถเคลื่อนไหวได้ อีกทั้งได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วย ไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่างๆ เชิญสักการะพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาพุทธเจ้ากัสสปะ ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สามในกัปป์นี้ พร้อมชมความอัศจรรย์ของพระเกศาธาตุนี้ด้วยพุทธานุภาพทรงขยับพระองค์ไป-มาได้ทั้งในน้ำและบนบก และเป็นพิพิธภัณฑ์พระธาตุใหญ่ที่สุดในพม่า
นำท่านชม วัดพระหินอ่อน  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า นำท่านชม ช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวถูกต้องตาม คชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ สนามบินย่างกุ้ง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
21.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 4239
22.55 น. คณะเดินทางถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความประทับใจ


Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top