ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง-หงสา-สิเรียม-พระธาตุอินทร์แขวน 3วัน 2คืน
รหัสทัวร์
     MT5_DD/WRT
ทัวร์
     ทัวร์พม่า ย่างกุ้ง-หงสา-สิเรียม-พระธาตุอินทร์แขวน 3วัน 2คืน
สายการบิน
     Nok Air (DD)
ประเทศ
     พม่า
ระยะเวลา
     3 วัน 2 คืน
ราคาเริ่มต้น
     11,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
นมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง  หัวใจของชาวพม่า  ณ  เมืองย่างกุ้ง
สักการะพระธาตุอินทร์แขวน...  ครั้งหนึ่งของชาวพุทธ ต้องไปกราบนมัสการ
ไหว้พระธาตุมุเตา  พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของท่านบุเรงนอง ณ  เมืองหงสาวดี…
ย่างกุ้งพักโรงแรมหรู  5 ดาว  VINTAGE LUXURY
พิเศษ... สลัดกุ้งมังกร และเป็ดปักกิ่ง + กุ้งเผาหงสาวดี
กำหนดการ
วันที่ 25 - 27 สิงหาคม 2560
วันที่ 1 - 3 กันยายน 2560
วันที่ 2 - 4 กันยายน 2560
วันที่ 8 - 10 กันยายน 2560
วันที่ 9 - 11 กันยายน 2560
วันที่ 13 - 15 กันยายน 2560
วันที่ 22 - 24 กันยายน 2560
Update ครั้งล่าสุด
     24 ส.ค. 60 

bookmark




วันแรก
ดอนเมือง–ย่างกุ้ง – หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย (ตักบาตรพระสงฆ์ 500 กว่ารูป) – พระธาตุมุเตา (เจดีย์ชเวมอดอร์) - พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน  (รวมรถ ขึ้น-ลง เขาพระธาตุอินทร์แขวน)
04.30 น.
พร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง  ผู้โดยสายขาออก  เคาน์เตอร์ สายการบิน  นกแอร์  (DD)  เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน  *** กรุณาสังเกตป้ายต้อนรับ  “ MY TRAVEL AGENT ” ***
06.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่  DD-4230 (บริการ  น้ำดื่ม บนเครื่อง)    
07.30 น.
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง  เมืองย่างกุ้ง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง  เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
ท่านเดินทางเดินทางสู่  เมืองหงสาวดี เมืองพะโค (Bago)  ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่และอายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ  80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) ... ถึงเมืองหงสาวดี นำท่านร่วมทำบุญตักบาตร ณ วัดไจ้คะวาย  ซึ่งเป็นวัดสำคัญมีพระสงฆ์จำพรรษากว่า 1,000 รูป อีกทั้งวัดนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาธรรมของพระและสามเณรอีกด้วย 
จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ชเว-มอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา (ShweMordore) ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี พระเจดีย์องค์นี้ถือว่ามีความโดดเด่นในหลายๆด้าน เก่าแก่กว่า 2,600 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก (ณจุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป) ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทยเคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง 114 เมตร สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 14 เมตร มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ นับเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพม่า ส่วนปลียอดที่พังลงมาก็ได้ตั้งไว้ที่มุมหนึ่งขององค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาควบคู่ไปกับเจดีย์องค์ปัจจุบัน
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร
ท่านออกเดินทางสู่ คิมปุน แค้มป์ (เชิงเขาไจ้โท) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) ระหว่างทางผ่านชมแม่น้ำ สะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยาได้ถูกทหารพม่าไล่ตามสมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนดาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้างกองทัพของพม่าเห็นขวัญเสียจึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดีพระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า “พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง” นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ 
ท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น เป็นรถบรรทุกหกล้อขนาดเล็ก (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลาเดินทางสักพัก เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา เดินทางถึงที่พัก ให้ท่านอิสระตามพักผ่อนตามอัธยาศัย
นำชม เจดีย์ไจ้ทีโย หรือ พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock) หรือก้อนหินทอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งสักการะสูงสุดของชาวพม่า เป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผา แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนา พระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอแทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญพร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ ท่านสามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานาน ที่บริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้ทีโย ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก (พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็ก
ที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา  
22.00น. ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้ท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน)
**หมายเหตุ** (กรุณาเตรียมกระเป๋าสัมภาระขนาดเล็กสำหรับ 1 คืน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนพระธาตุอินทร์แขวน เนื่องจากอาจจะต้องจ้างลูกหาบแบกสัมภาระซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามขนาดกระเป๋า เริ่มต้นที่ 2,000 จ๊าด ประมาณ 60 บาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าในการใช้บริการ
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม  ( 1 )
ที่พัก  KYAIKHTO HOTEL //  YOE YOE LAY HOTEL   หรือเทียบเท่า  3 ดาว 

วันที่สอง
พระธาตุอินทร์แขวน  – หงสาวดี – พระราชวังบุเรงนอง – วัดไจ่กะเลาะ (พระพี่นางสุพรรณกัลยา) - พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง – ย่างกุ้ง - พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
04.30 น.
เชิญท่านสักการะพระธาตุอินทร์แขวน  ** อิสระตามอัธยาศัย สำหรับท่านที่ต้องการใส่บาตร, ทำบุญที่พระธาตุอินทร์ แขวน (กิจกรรมนี้ไม่บังคับ) สำหรับอาหารที่จะใส่บาตรสามารถซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่ายราคาอาหาร ประมาณ 3,000 จ๊าต ดอกไม้ธูปเทียน ประมาณ 300-500 จ๊าตและถวายระฆัง ราคาอยู่ที่ลูกเล็ก-ใหญ่  และทองคำเปลว สำหรับติดองค์พระธาตุอินทร์แขวน 5 แผ่น 2,000 จ๊าด ให้ท่านทำบุญตามอัธยาศัย **
06.00 น.
รับประทานอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านลงจากพระธาตุอินทร์แขวน โดยรถบรรทุกหกล้อขนาดเล็กถึง คิ้มปูนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ
นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงหงสาวดี พร้อมนำท่านเข้าชม พระราชวังบุเรงนอง สถานที่ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของไทย คือ บริเวณที่เคยเป็นพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 แต่ได้ถูกทำลายด้วยฝีมือของพวกยะไข่กับตองอูในสมัยพระเจ้านันทบุเรงในปี พ.ศ. 2142 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้าบุเรงนองท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณ กัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลอง พระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร  พิเศษ… กุ้งแม่น้ำเผา  
บ่าย
กราบนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ สร้างขึ้น ในปี พ.ศ.2524  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของประทศพม่า อีกทั้งท่านสมารถที่จะเลือกหา เครื่องไม้แกะสลัก ที่มีให้เลือกมากมายตลอดสองข้างทาง                     
จากนั้นนำท่านแวะสักการะ สถูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ วัดแห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่เก็บอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยา โดยมีซุ้มรูปปั้นของพระนางเป็นรูปสักการะด้วยเรื่องราวของพระนางได้เลือนหายไปตามกาลเวลานับ 400 ปี เชื่อกันว่าหลวงปู่โง่น ได้ทำพิธีปล่อยดวงวิญพระสุพรรณกัลยาและเหล่านายทหารไทยที่ถูกจองจำ ตั้งแต่ครั้งเสียกรุงครั้งที่ 2 (เชิญร่วมระลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของบรรพกษัตรีและนักรบไทยเสียสละพระองค์เป็นตัวประกันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
นำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี เจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุตสร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100  กิโลกรัม ยอดฉัตรประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า กว่า 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ขนาดเท่าไข่ไก่บนยอดองค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของ พุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศ  จะมีวิหารโถงสร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาทปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์  จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น (สถานที่สำคัญของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือ ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบ ท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียนไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิริมงคล นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใคร เกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต)
คำไหว้...พระมหาเจดีย์เวดากอง 
วันทามิ อุตตมะ ชมพู  วระฐาเน สิงกุตตะเร มะโนลัมเม สัตตัง สะรัตนะ
ปฐมัง กกุสันธัง สุวรรณะ  ตันตัง ธาตุโย ธัสสะติ ทุติยัง โกนาคะมะนัง ธัมมะ การะนัง ธาตุโย
ธัสสะติ ตติยัง กัสสปัง พุทธจีวะรัง ธาตุโย ธัสสะติ จตุกัง โคตะมัง อัตถะเกศา ธาตุโย ธัสสะติ
อหัง วันทามิ ตุระโต อหัง วันทามิ ธาตุโย อหัง วันทามิ สัพพะทา อหัง วันทามิ สิระสา
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ  ณ  ภัตตาคาร อาหารไทย
ที่พัก โรงแรมเรือ VINTAGE LUXURY HOTEL หรือ โรงแรมระดับ 4 ดาว  

วันที่สาม
ย่างกุ้ง – เมืองสิเรียม เจดีย์กลางน้ำ – เจดีย์โบดาทาวน์  เทพทันใจ  เทพกระซิบ – ตลาดสก็อต -  พระหยก (พระมหาลาภ)  – ช้างเผือก –  กรุงเทพฯ 
07.00 น.
รับประทานอาหารเช้า  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม 
นำท่านสู่ เมืองสิเรียม ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ  ตั้งแต่ในสมัย นาย พลฟิลิปเดอ บริโต ยี นิโคเต จนมาสิ้นสุดเมื่อปีพ.ศ. 2156ร่วมสมัยพระเจ้าทรงธรรมกรุงศรีอยุธยาท่านจะเห็นเศษซากกำแพง สไตล์ ลู ซิตาเนียนบาโรก (Lusitanian Baroque ) ตั้งอยู่ริมฝั่งเมืองย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี  
นำท่านนั่งเรือ ชม พระเจดีย์เยเลพญา (Kyaik Hwaw Wun Pagoda) พระปางมารวิชัยอันงดงามบนเกาะกลาง อายุนับพันปี เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม เกาะนี้ไม่ว่าน้ำจะขึ้นสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวัน น้ำท่วมได้ ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะ  นำท่านไหว้สักการะเพื่อขอพร พระจก บาตร หรือพระอุปคุป ที่เป็นที่นับถือของชาวพม่า สามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆ ตัวที่ว่ายวนเวียน  
จากนั้นนำท่าน สักการะเจดีย์หงาทัตจี  สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเมื่อ 2,500 ปี ก่อน เป็น 1 ใน 10 วัด ที่มีชื่อเสียงของพม่า นอกจากนั้นยังประดิษฐาน พระพุทธรูปที่มีความงดงาม สีทองเหลืองอร่าม สลักจากหินอ่อนทั้งแท่ง เครื่องทรงเป็นโลหะเป็นเครื่องประกอบด้านหลังองค์พระเป็นเครื่องไม้แกะสลักทั้งหมด สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง 
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร  มื้อพิเศษ...สลัดกุ้งมังกร และเป็ดปักกิ่ง
จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับเมือง ย่างกุ้งนำท่านกราบนมัสการ เจดีย์โบตาทาวน์ ซึ่งบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์อินเดีย 8รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000ปีก่อน ในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์  และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่าภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์
นำท่านขอพร นัตโบโบยี หรือ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี) เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ให้เอาดอกไม้  ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้  แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยี 2 ใบ ไหว้ขอพร แล้วดึงกลับมา 1 ใบเอามาเก็บรักษาไว้  จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปราถนาที่ตั้งใจไว้  
นำท่านข้ามฝั่งถนน สักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศิล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้วการขอพรเทพกระซิบต้องเข้าไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยินการบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วย น้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้ 
นำท่าน สักการะพระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจีหรือ พระนอนตาหวาน (KyaukHtatgyiBuddha) นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีตาสวยงามที่สุดในประเทศพม่า มีขนตาที่งดงาม ชมพระบาทที่มีภาพมงคล 108 ประการ
จากนั้นให้ท่าน อิสระช้อปปิ้ง ณ ตลาดโบโจ๊กอองซาน (BogyokeAung San) หรือ ตลาดสก๊อต (Scot Market) เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ หมายเหตุ:ตลาดสก๊อต (Scot Market) ปิดทุกวันจันทร์  และเทศกาลสงกราต์ 7-20 เมษายน ของทุกปี )
นำท่านนมัสการ พระหินอ่อน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า จากนั้นชม ช้างเผือกเชือกงามที่สุดในพม่าโดยช้างทั้ง 3 ตัวนี้ มีลักษณะเด่น คือ มีลักษณะผิวพรรณเหลืองทองอร่าม แม้กระทั่งนัยตาของช้างยังเป็นสีทอง ถือว่าเป็นช้างที่หาชมได้ยากที่สุดในเอเชีย ซึ่งคนพม่าเองตามเข้ามาชมและสักการะช้างเผือกเหล่านี้
21.00 น.
ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ  โดยเที่ยวบินที่   DD4239    (บริการ น้ำดื่ม บนเครื่อง)  
22.45 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม


Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top