ทัวร์ยุโรป เยอรมนี โปแลนด์ สโลวัค ฮังการี 9 วัน 6 คืน
รหัสทัวร์
     GO24_EK/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ยุโรป เยอรมนี โปแลนด์ สโลวัค ฮังการี 9 วัน 6 คืน
สายการบิน
     Emirates Airlines (EK)
ประเทศ
     ยุโรป
ระยะเวลา
     9 วัน 6 คืน
ราคาเริ่มต้น
     46,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – เมืองไลป์ซิก - เมืองไลป์ซิก – พอตทสดัม – พระราชวังซองส์ซูซี – กรุงเบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เดรสเดน – วรอตสวัฟ – คราคูฟ – เหมืองเกลือเวียลีซก้า - คราคูฟ – ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ – บราติสลาวา  – บูดาเปสต์
 
กำหนดการ
วันที่ 14 - 22 กันยายน 2560
วันที่ 3 - 11 ตุลาคม 2560
วันที่ 20 - 28 ตุลาคม 2560
Update ครั้งล่าสุด
     22 ส.ค. 60 

bookmark




วันแรก กรุงเทพฯ – ดูไบ
18.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์  T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก 
21.25 น. ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK 373 

 

วันที่สอง ดูไบ – แฟรงก์เฟิร์ต – จัตุรัสโรเมอร์ – เมืองไลป์ซิก
00.50 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
03.55 น. ออกเดินทางต่อสู่แฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ EK43
08.50 น. ถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 29 ตุลาคม 2560) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและพาณิชย์ที่สำคัญของเยอรมนี รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการธนาคารการเงินและการค้าหุ้นที่สำคัญของประเทศ ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของหัวลำโพงประเทศไทย ครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 นำเที่ยวชมจัตุรัสโรเมอร์ (Romerberg) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ THE ROMER หรือ Frankfurt City Hall หรือศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ มีเวลาให้ท่านเดินเล่นย่านถนน ZEIL ที่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นนำ 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
บ่าย เดินทางสู่ เมืองไลป์ซิก (Leipzig) เมืองสำคัญที่ชาวเยอรมันเรียกกันว่า เมืองแห่งวีรบุรุษ ไลป์ซิกได้ชื่อนี้มาเนื่องจากประชากรในเมืองมีส่วนร่วมที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจนนำไปสู่การรวมเยอรมันในปี 1989 ด้วยการออกมาชุมนุมตามท้องถนน เพื่อต่อต้านการปกครองระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลังอีกทั้ง “โยฮันน์ วูล์ฟกัง วัน เกอเธ่” นักประพันธ์ผู้มีชื่อเสียงชาวเยอรมันยังเคยยกย่องเมืองไลป์ซิกว่าเป็น “ปารีสน้อย” เนื่องจากเป็นเมืองที่สวยงามหนึ่งในเมืองศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมของยุโรปสมัยกลางอีกด้วย ชมย่านเมืองเก่าของเมืองไลป์ชิก เมืองศูนย์กลางการค้าสมัยโบราณ เป็นที่ชุมนุมของปัญญาชน นักเรียน นักศึกษาจากทั่วสารทิศ เป็นแหล่งรวมสินค้าอย่างดีเลิศ ทำให้เมืองไลป์ซิกมีความหรูหราโอ่อ่า และเป็นเมืองที่รํ่ารวย สถาปัตยกรรมของเมืองไลป์ซิกส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใน ยุคบาร็อค โดยผสมผสานเข้ากับศตวรรษที่ 21 ได้อย่างลงตัว
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
พักที่ โรงแรม NH LEIPZIG MESSE หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม เมืองไลป์ซิก – พอตทสดัม – พระราชวังซองส์ซูซี – กรุงเบอร์ลิน 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำเดินทางสู่ เมืองพอตทสดัม (Potsdam) เมืองหลวงของรัฐบรันเดนบูร์ก อดีตที่ประทับของกษัตริย์และเจ้าผู้ครองเยอรมันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เมือง ศูนย์รวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารจีน 
บ่าย
นำท่านเข้าชมความงามของ พระราชวังซองส์ซูซี (Sanssouci Palace) เป็นอดีตพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 แห่งปรัสเซีย สร้างขึ้นในศิลปะแบบโรโคโค โดยสถาปนิกชื่อ จอร์จ เวนซเลาส์ ฟอน คโนเบิลสดอร์ฟฟ์ เป็นพระราชวังที่พระเจ้าฟรีดริชโปรดปรานมาประทับในฤดูร้อน และใช้เป็นที่หลบจากความวุ่นวายในพระราชพิธีต่างๆที่เบอร์ลิน จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังที่แปลว่า “ไกลกังวล” พระราชวังเป็นอาคารชั้นเดียวที่ประกอบไปด้วยห้องต่างๆเพียง 10 ห้อง หลังจากหมดรัชสมัยของพระเจ้าฟรีดริช พระราชวังซองส์ซูซี ยังเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายเยอรมันจนเมื่อราชวงศ์โฮเฮ็นซอลเล็นมาสิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 1918 และหลังจากการรวมตัวระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกในปี ค.ศ. 1990 ร่างของพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ก็ถูกนำกลับมาฝังบนเนินที่ซ็องซูซีตามพระราชประสงค์เดิมของพระองค์ก่อนที่จะเสด็จสวรรคต พระราชวังซ็องซูซีและอุทยานได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ภายใต้ชื่อว่า "พระราชวังและสวนแห่งพอทสดัมและเบอร์ลิน”
จากนั้นนำท่านสู่ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมัน หนึ่งในศูนย์กลางที่มีอิทธิพลที่สุดของยุโรป ในด้านการเมือง วัฒนธรรม สื่อสารมวลชน และวิทยาการ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ขาหมูเยอรมัน)
พักที่ โรงแรม  GRAND CITY BERLIN EAST หรือเทียบเท่า

 

วันที่สี่ กรุงเบอร์ลิน – กำแพงเบอร์ลิน – เดรสเดน  
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชม อนุสรณ์สถานกำแพงเบอร์ลิน (The Berlin Wall) เข้าสู่อีสต์-ไซด์-แกลลอรี่ ที่ทิ้งร่องรอยของกำแพงเบอร์ลิน ฉากต่างๆที่เกิดจากการพลัดพรากของเหตุการณ์วันที่ 13 สิงหาคม 1961 วันเริ่มการสร้างกำแพงที่มีความยาวกว่า 100 ไมล์ สูง 4 เมตร ถูกถ่ายทอดเป็นภาพวาดที่เกิดจากศิลปินกว่า 118 ท่านบนซากกำแพงกว่า 1,200 หลา ที่จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆแทนคำพูดที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเป็นภาพเขียนศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก นำท่านชมเช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie ) ซึ่งเป็นเขตพรมแดนการปกครองระหว่างอเมริกันและรัสเซีย จากนั้นไปชมเบอร์ลินโดม มหาวิหารโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี สร้างในระหว่างปี 1894-1905 ในรูปแบบสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ แล้วพาท่านไปถ่ายรูปกับประตูบันเดนบรูก  (Brandenburg) ประตูสัญลักษณ์ของเมืองด้านบนเป็นรูปปั้นของเทพีแห่งชัยชนะสีทองเด่นตระหง่าน และพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปกับอาคารไรช์สตัทด์ อาคารที่ใช้เป็นรัฐสภาแห่งเยอรมนี สร้างขึ้นด้วยศิลปะอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ในปี 1884-1894 อาคารรัฐสภาแห่งนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ครั้งสาธารณะรัฐไวมาร์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
บ่าย เดินทางต่อสู่ เมืองเดรสเดน (Dresden) ได้รับสมญานามว่าเป็น “ฟลอเร้นซ์แห่งแม่น้ำเอลเบ้” ว่ากันว่าเป็นเมืองที่สวยงามที่สุดในประเทศเยอรมนี เมืองนี้ได้กลับมามีบทบาทในฐานะเมืองหลวงของแซกโซนี่อีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.1990 หลังจากมีการรวมประเทศ เมืองได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างมีขั้นตอนอันสืบเนื่องมาจากผลแห่งการทำลายล้างของสงครามโลกครั้งที่สอง นำท่านเที่ยวชมเมืองเดรสเดน ชม โบสถ์พระแม่มารี (Frauenkirche) อดีตฐานรากของเมืองที่วางไว้ตั้งแต่สมัยกลางศตวรรษที่ 11 ที่ทิ้งร่องรอยของการทำลายล้างในสมัยสงครามโลกที่กำลังได้รับการบูรณะอย่างเร่งด่วน ผ่านชม เซมเพอร์โอเปร่าเฮ้าส์ (The Semper Opera House) ที่มีความโดดเด่นอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและดนตรี ผ่านชม พระราชวังสวิงกอร์ (Zwinger Palace) ผลงานชิ้นเอกรูปแบบบาร็อคบนฝั่งแม่น้ำเอลเบ้ ที่ตกแต่งอย่างงดงามด้วยน้ำพุและรูปปั้น    
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
พักที่ โรงแรม WYNDHAM GARDEN DRESDEN หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า เดรสเดน – วรอตสวัฟ – คราคูฟ 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ เมืองวรอตสวัฟ (Wroclaw) เมืองมีความหลากหลายและการเปี่ยมล้นด้วยวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์ในเมืองนี้ เป็นดังสะพานเชื่อม ที่เชื่อมระหว่างคนในแต่ละรุ่น แต่ละวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เป็นแบบเมืองที่ทันสมัยของเมืองใหญ่ ที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ชีวิตที่เต็มด้วยวัฒนธรรมและการศึกษา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย
นำท่านชมความงามของเมืองที่เรียกได้ว่า Colorful city เมืองที่มีอาคารหลากสีสัน โดดเด่นสวยงาม เป็นเมืองเรียกได้ว่ามีชีวิตชีวาแห่งหนึ่งของโปแลนด์ และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่มีสีสันมากที่สุดในโลก (8 Colorful cities in the world) นำท่านถ่ายรูป กับอาคารหลากสีสันในจัตุรัสเมืองเก่า, ศาลาว่าการ (City Hall) และโบสถ์ประจำเมือง ผ่านชมมหาวิทยาลัยวรอตสวัฟ (University of Wroclaw) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงประจำเมือง ซึ่งบุคคลากรชั้นนำของโลก ที่ได้รับรางวัลโนเบลถึง 10 คนด้วยกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้เคยศึกษาอยู่ที่นี่ ในยุคศตวรรษที่ 18 มหาวิทยาลัยแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานพยาบาล, โกดัง, และที่คุมขังเชลย ในช่วงสมัยยุคสงครามกับรัสเซีย จากนั้นออกเดินทางสู่เมืองคราคูฟ (Krakow) บ้านเกิดองค์ สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอลที่ 2 อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ในปีค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม มีอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมันตั้งแต่ โรมาเนสก์, กอธิค, เรอเนสซองส์, บาร็อก, ร็อคโคโค จนถึงนีโอคลาสสิค และอาร์ตนูโว 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก โรงแรม DOUBLE TREE BY HILTON KRAKOW หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก คราคูฟ – เหมืองเกลือเวียลีซก้า – คราคูฟ
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านสู่ เหมืองเกลือเวียลีซก้า (Wieliczka Salt Mine) ตั้งอยู่ที่เมืองวิลิชก้า เหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์แห่งนี้มีประวัติการทำเหมืองยาวนานกว่า 1,000 ปี ถือเป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  นำท่านลงลิฟท์สู่ใต้ดินของเหมืองเกลือ ที่มีขนาดใหญ่มาก แบ่งเป็น 9 ชั้น ลึกลงจากพื้นดินถึง 327 เมตร ยาวกว่า 300 กิโลเมตร ภายในเหมืองห้องซึ่งสร้างและแกะสลักจากเกลือทั้งหมด โดยสมัยก่อนเกลือมีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมอาหาร ชมความงามของทะเลเกลือใต้พื้นดิน ซึ่งท่านไม่เคยได้เห็นที่ใดมาก่อน โดยเหมืองเกลือในเมืองวีลิซกา องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกในปี ค.ศ. 1988 อีกด้วย 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองคราคูฟ ชมป้อมปราการ Barbacan อายุกว่า 600 ปีชมจัตุรัสใจกลางเมือง ทีเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ และอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซ็นต์แมรี่ (Church of St. Mary)โบสถ์ชื่อดังของคราคูฟ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 โดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่สูงถึง 81 เมตร ให้เวลาท่านได้อิสระตามอัธยาศัยเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก หรือ แฟชั้นจากห้างสรรพสินค้าซูเคียนนีส (Sukiennice) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งนึงของยุโรป
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก โรงแรม DOUBLE TREE BY HILTON KRAKOW หรือเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด คราคูฟ – ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ – บราติสลาวา 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ (Auschwitz concentration camps) เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้สะท้อนความน่าสยดสยองและความทารุณโหดร้ายของสงคราม ซึ่งเริ่มจากเยอรมันเข้ายึดโปแลนด์ได้ในปลายปี 1939 และหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการก่อสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จึงได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซีและเริ่มต้นใช้ปีค.ศ.1940 เป็นต้นมา ท่านจะได้เห็นภาพถ่ายต่าง ๆ ของค่ายกักกัน รวมทั้งของจริงที่มีการเก็บรักษาภายในตึกต่างๆ ถึง 20 อาคาร และท่านจะได้เห็นของใช้ต่างๆของเชลยชาวยิวที่ถูกหลอกให้มาอยู่ ที่นี่ อาทิ กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามี น้ำหนักรวมกว่า 7 ตัน และชมห้องอาบน้ำ ห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษสังหารหมู่ กล่าวกันว่าสถานที่นี้มีคนตาย กว่า 1.5 ล้านคน โดนเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ กรุงบราติสลาวา (Bratislava) ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวัก ออสเตรีย และฮังการี และใกล้กับพรมแดนของสาธารณรัฐเช็ก ผ่านชมบรรยากาศของกรุงบราติสลาวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งสโลวัก โบสถ์เซนต์มาร์ติน ปราสาทบราติสลาวา ย่านมหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ต่างๆ  โรงละคร และสถาบันทางวัฒนธรรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก โรงแรม FALKENSTEINER HOTEL BRATISLAVA  หรือเทียบเท่า

วันที่แปด บราติสลาวา – บูดาเปสต์ – สนามบิน
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำเดินทางโดยรถโค้ชข้ามพรมแดนเข้าสู่ กรุงบูดาเปสต์ (Budapest) ชมกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ทันสมัย และสวยงามด้วยศิลปวัฒนธรรมของชนหลายเชื้อชาติที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมานานกว่าพันปี ถึงกับได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ”  ชมเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามติดอันดับโลก ด้วยทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ
นำท่านชม จัตุรัสวีรบุรุษ (Heroes’ Square) บนฝั่งเปสต์ ที่ตั้งของ Millenary Monument อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นฉลอง 1,000 ปี แห่งชัยชนะของชาวแมกยาร์ นำท่านชมบริเวณ CASTLE HILL ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณอันทรงคุณค่า ถ่ายรูปด้านนอกของอาคารพระราชวังโบราณ แล้วชมบริเวณรอบนอกโบสถ์แมทเธียส (Matthias Church) ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ ชื่อโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียสซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถมากและยังเป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างสิ่งก่อสร้างที่งดงามในเมืองหลวงต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอ-โกธิก หลังคาสลับสีสวยงามอันเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 ถัดจากโบสถ์เป็นอนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่นที่ 1 พระบรมรูปทรงม้า ผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11 อยู่หน้า ป้อมชาวประมง (Fisherman’s Bastion)จุดชมวิวเหนือเมืองบูดาที่ท่านสามารถชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ.1905 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียน
12.00 น. นำคณะเดินทางสู่ สนามบินเฟเรนซ์ ลิซท์ เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
16.00 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 122

วันที่เก้า ดูไบ – กรุงเทพฯ
23.30 น.
เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง
03.40 น.  ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 376
13.15 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ  

Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top