ทัวร์ยุโรป Autumn of East Europe
รหัสทัวร์
     TC7_OS/WRT
ทัวร์
     ทัวร์ยุโรป Autumn of East Europe
สายการบิน
     Austrian Airlines (OS)
ประเทศ
     ยุโรป
ระยะเวลา
     9 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้น
     75,900 baht
ไฮไลท์ทัวร์
โดยสายการบิน Austrian Airlines (OS)
พร้อมสะสมไมล์การบินไทยได้ ** (STAR ALLIANCE )
พักโรงแรมระดับ 4 ดาว
**ลิ้มรสขาหมู+เบียร์เยอรมัน, กูลาซซุป อาหารพื้นเมืองฮังการี,
ชิมไวน์พื้นเมือง ณ หมู่บ้านกรีนซิ่ง ,อาหารไทย**
** รวมทิปคนขับรถในยุโรปและไกด์ท้องถิ่น และค่าวีซ่า เรียบร้อยแล้ว **
กำหนดการ
วันที่ 14 - 22 ตุลาคม 2560
Update ครั้งล่าสุด
     22 ส.ค. 60 

bookmark


วันแรก กรุงเทพฯ –เวียนนา (ออสเตรีย)
10.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เคาน์เตอร์ G14-19
12.50 น.
ออกเดินทางบินตรงสู่ นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ OS16
18.45 น. เดินทางถึง นครเวียนนา เมืองหลวงแสนสวยของประเทศออสเตรีย จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับ สัมภาระ นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก ARION CITY HOTEL VIENNA

วันที่สอง เวียนนา (ออสเตรีย) -บูดาเปสต์ (ฮังการี)-ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน –  คาสเซิ่ลฮิลล์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ 
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
นำคณะเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฮังการี สู่เมือง “บูดาเปสต์” (ระยะทาง 243 กม.) เที่ยวชมบรรยากาศ เมืองหลวงของสาธารณรัฐฮังการี ประเทศที่มากด้วยศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียนเมืองที่มี“แม่น้ำดานูบ”ไหลผ่านกลางเมืองซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่งคือฝั่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของประวัติศาสตร์ “บูดา” และฝั่งที่หรูหราล้ำหน้าสมัยใหม่ด้วยวิทยาการ “เปสต์” อัน เป็นที่มาของชื่อเต็มของเมืองหลวงแห่งนี้ นำคณะเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง “คาสเซิ่ลฮิลล์” Castle Hill ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถาน ซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตชม “ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน” ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ. 1241-1242 จากนั้นให้ท่านได้แวะถ่ายรูปด้านหน้า “โบสถ์แมทเทียส” เป็นโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโบสถ์อันงดงาม เคยใช้เป็นที่จัดพิธีสวมมงกุฎแด่กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์นำคณะชม “อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น” ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์ จากนั้นเดินทางต่อสู่ “จัตุรัสวีรบุรุษ” สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง วีรบุรุษผู้กอบกู้ชาติ และยังใช้ในพิธีสวนสนามของทหารฮังการี จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปความยิ่งใหญ่อลังการของ “มหาวิหารเซนต์ สตีเฟ่น” ใจกลางเมือง  
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
นำคณะลงเรือ “ล่องแม่น้ำดานูบ” แม่น้ำสายโรแมนติค มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งนอกจากจะแบ่งประเทศฮังการีทั้งประเทศแล้ว ยังได้แบ่งนครหลวงแห่งนี้ออกเป็น 2 ซีกด้วย ภายในตัวนครหลวงทั้งสองฝั่งมีสะพานที่สร้างอย่างงดงามทอดข้ามแม่น้ำดานูบเชื่อมติดต่อระหว่างนครหลวงทั้งสองฝั่งเป็นจำนวน 8 แห่งนครหลวง ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณย่านภูเขาที่เป็นฉากธรรมชาติประดับตัวนครให้เป็นภาพอันน่าประทับใจ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติ และเรือแล่นผ่าน “อาคารรัฐสภา” เป็นอาคารแบบนีโอโกธิคที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในยุโรป  ตลอดจนอาคารบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น  กูลาซ อาหารพื้นเมืองสไตล์ฮังกาเรียน
ที่พัก MERCURE BUDAPEST BUDA HOTEL  หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สาม บูดาเปสต์ (ฮังการี ) - บราติสลาวา (สโลวัค) –  กรุงปราก (สาธารณรัฐเช็ก)
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางสู่  บราติสลาวา (BRATISLAVA) (ระยะทาง 200 กม.) นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวัค เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสโลวัค เป็นที่ตั้งของรัฐสภา, มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งโรงละครอันเก่าแก่ นำท่านชมเมืองในเขตจตุรัสใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี นำท่านชมภายนอก ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา ตัวอาคารมีหอคอยสูง 80 เมตร ทั้ง 4 ด้าน ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบโกธิค, เรเนอซองส์ และบารอค ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาเบเธียนเหนือลุ่มแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมวิวของตัวเมืองได้กว้างไกลสุดสายตา 
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนสู่ สาธารณรัฐเช็ก (ระยะทาง 329 กม.) เพื่อนำท่านเดินทางสู่ กรุงปราก เจ้าของสมญานามเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ปรากเป็นเมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก ในปี ค.ศ.1992  องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ ปรากเป็นเมืองมรดกโลก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  อาหารพื้นเมือง
ที่พัก HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE  หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่สี่ กรุงปราก - ปราสาทปราก – เขตเมืองเก่า -  เชสกี้คลุมลอฟ  (สาธารณรัฐเช็ก) 
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก 
นำคณะเข้าชมความยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทปราก” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.885โดยเจ้าชายบริโวจเดิมในสมัยกลางเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สมัยต่างๆ ในจักรวรรดิโบฮีเมีย ปัจจุบันนี้ได้ถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลและเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ค นำคณะเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของปราสาทที่แวดล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า650ปี เข้าชมความใหญ่โตโอ่อ่าของ “ มหาวิหารเซนต์วิตัส ” โบสถ์เก่าแก่สไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาวเช็กฯ ทุกคนเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 จากนั้นเดินชมอดีต “ หมู่บ้านช่างทอง ”  เป็นสถานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งนี้หน้าบ้านแต่ละหลังไม่มีบ้านเลขที่บ้าน หากแต่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆแทนเลขที่บ้าน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เดินทางข้าม “สะพานชาร์ลส์” สะพานสัญลักษณ์ของเมืองที่ส ร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวาในช่วงศตวรรษที่14ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูปซึ่งมีความงดงามและไม่ซ้ำแบบ สัมผัสเหล่าศิลปินที่นำผลงานมาแสดงอยู่ริมสองข้างสะพาน นำท่านเที่ยวชม “จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต” สถานที่นัดพบของชาวปราก  บริเวณโดยรอบล้วน  เป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 - 700 ปี ที่มีความงดงามโดดเด่น ชม “อนุสาวรีย์ยานฮุส” ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต ถูกเผาทั้งเป็นโดย ผู้ปกครองของฝ่ายคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิค และ “หอนาฬิกาดาราศาสตร์” ที่ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์ (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบน หอคอยจนครบ 12 องค์ บริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปหลัง มีเวลาให้คณะได้เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองสไตล์เชค และโบฮีเมียน อาทิเช่น เครื่องแก้วสีต่างๆ ,ตุ๊กตาหุ่นกระบอก ,งานผ้าปักรวมถึงชิ้นงานแกะสลักต่างรูปแบบ ฯลฯ
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ออกเดินทางสู่ “เมืองเชสกี้ คลุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)” (ระยะทาง 170 กม.) เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็ก มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรม และศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ด้วยทำเลที่ตั้งของตัวเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ ทำให้กลายเป็นปราการที่สำคัญในการป้องกันข้าศึก ในอดีตเคยเป็ นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
ที่พัก HOTEL GRAND CESKY KRUMLOV   หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่ห้า ปราสาทเชสกี้คลุมลอฟ (เชค) – มิวนิค (เยอรมัน)
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก 
จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมเมืองโดยรอบ ชมจตุรัสกลางเมืองที่สวยงาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่และยังคงใช้อยู่จนกระทั่งปัจจุบันให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของ “ปราสาทคลุมลอฟ” (เชค) ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจ ากปราสาทปรากมีห้องต่างๆ ถึง 40 ห้องลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยานภาพที่ท่านเห็นคือบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆเหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงามยิ่งนัก
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองมิวนิค”(เยอรมนี) (ระยะทาง 299 กม.) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 3ของเยอรมนีและยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเบียร์เยอรมัน และอดีตนครหลวงแห่งอาณาจักรบาวาเรียที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 16-18 จากนั้นนำท่านผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิค ที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเมื่อปี ค.ศ.1972 ก่อนขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ  พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์ ฯลฯ นำท่านสู่บริเวณ “จัตุรัสมาเรียน” ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของมิวนิคเซ่น ศาลาว่าการเก่าในรูปแบบศิลปะโกธิค, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อ ขาหมูเยอรมัน + เบียร์เยอรมัน ท่านละ 1 แก้ว ***
ที่พัก NH MUNCHEN MESS HOTELหรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่หก มิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ (เยอรมนี) – ซาลส์เบิร์ก (ออสเตรีย) – สวนมิราเบล
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก 
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองฟุสเซ่น” (เยอรมนี) (ระยะทาง 127 กม.)เมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดน ออสเตรีย มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพอันเป็นที่กล่าวถึงในนามของ ป่าดำ “BLACK FOREST” ผ่านชมกับทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขาเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น เมืองชนบทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ นำท่านขึ้นสู่ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก  ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนี้ไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์
(หมายเหตุ : เนื่องจากปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งในหน้าหนาวทำให้มีหิมะปกคลุม อาจมีการปรับเปลี่ยนรายการการขึ้น-ลง หรือการเข้าชมปราสาทเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือวันหยุดสำคัญต่าง ทั้งนี้หากปราสาทปิดทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนเป็นการเข้าปราสาทอื่นแทน อาทิเช่น ปราสาทโฮเฮนชวานเกา) 
กลางวัน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่เมือง ซาลสเบิร์ก (Salzburg)  (ออสเตรีย) (ระยะทาง 214 กม.) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย  เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบาโรคจนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบาโรค เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997 อีกด้วย   เมืองซาลส์เบิร์กยังมีธรรมชาติและทิวทัศน์อันสวยสดงดงามเนื่องจากอยู่ใกล้เทือกเขาแอลป์ นอกจากนั้นยังเป็นที่ชุมนุมของผู้ที่ชื่นชอบในดนตรีอีกด้วยเมืองซาลส์เบิร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลส์ซักค์ (Salzach) มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์  เป็นเมืองชายแดนก่อนจะข้ามไปสู่แคว้นบาวาเรียของประเทศเยอรมนี เรียกว่าระยะทางแค่ปาหินถึงเท่านั้นเอง  นำท่านชม สวนมิราเบล Mirabell garden เป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในเมืองซาล์ลบวร์ก ซึ่งเดิมทีเป็นสวนในพระราชวังเดิมถูกออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach สวนสร้างในรูปแบบเรขาคณิต ถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากสี มีรูปปั้นเทพเจ้าและน้ำพุ เป็น “สวนแบบบารอค” ที่สวยงาม เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมความงามของสวนในปี 1858 โดยพระเจ้า Franz Joseph และยังเป็นสถานที่ที่ถ่ายทำเรื่อง The sound of music  นำท่านชมเมืองซาลล์เบิร์ก เมืองแห่งศิลปินเพลง เมืองซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมาและเมืองนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์”  หรือ The Sound of  Music ชมเมืองเก่าของซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางเมือง เดินเล่นบนถนนเกไตรเด้ 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
ที่พัก ARENA CITY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่เจ็ด ซาลสเบิร์ก - ฮอลสตัท  - เวียนนา (ออสเตรีย)
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฮอลสตัท (Hallstatt) (ระยะทาง 73 กม.) เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ปี ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย จากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆและบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่าดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (ระยะทาง 289 กม.) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย  เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้ง  เศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลกชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจากนักประพันธ์บทเพลงวอลท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่  เช่น โวล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟันเบโธเฟ่น
14.50 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ลิ้มรสขาหมูเวียนนา ชิมไวน์พื้นเมือง ณ ภัตตาคารหมู่บ้านกรีนซิ่ง
ที่พัก ARION CITY HOTEL VIENNA หรือระดับเทียบเท่า

 

วันที่แปด เวียนนา- พระราชวังเชินบรุนน์–– โบสถ์เซนต์สตีเฟน ช้อปปิ้งย่านถนนคาร์ทเนอร์- กรุงเทพฯ   
เช้า
รับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านผ่านชม “กรุงเวียนนา”  เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้ง เศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ เวียนนาเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลกชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจากนักประพันธ์บทเพลงวอลท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่  เช่น โวล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟันเบโธเฟ่น  นำคณะเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังเชินบรุนน์” พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “พระนางมาเรียเทเรซ่” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระไทว่าจะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีสด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวน และ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมา บรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรี ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราวฯลฯ ท่ามกลางอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรป พร้อมแวะถ่ายรูป “โบสถ์เซนต์สตีเฟน” (St.Stephen Cathedral) หรือในภาษาเยอรมันว่า สเตฟานส์โดม (Stephansdom)  เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย  ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์นี้คือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1433 วิวจากยอดหอคอยแห่งนี้สามารถมองเห็นเวียนนาได้รอบด้าน สมควรแก่เวลา เดินทางสู่สนามบิน
***อิสระอาหารค่ำ ณ แหล่งช้อปปิ้ง*** ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
20.15 น. ออกเดินทางจากกรุงเวียนนา โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS15

วันที่เก้า กรุงเทพฯ   
11.15 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top