Farm Tomita - Nakafurano City, Hokkaido
Jun 27, 2017 
 




ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าท้องทุ่งสีม่วงแห่งเมืองนาคะฟูราโน่ (Nakafurano) คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ทำให้ทุกคนนึกถึงฮอกไกโดทุกครั้งที่ได้เห็น แต่กว่าจะมาเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่โด่งดังอย่างในทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของท้องทุ่งสีม่วงแห่งเมืองนาคะฟูราโน่นี้ก็คือ ทาดาโอะ โทมิตะ (Tadao Tomita) บุรุษเจ้าของฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) ฟาร์มลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงในฮอกไกโด



เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นราวๆ ปี ค.ศ.1903 เมื่อ โทคุมะ โทมิตะ (Tokuma Tomita) ซึ่งเป็นปู่ของ ทาดาโอะ โทมิตะ เจ้าของฟาร์มโทมิตะคนปัจจุบัน เดินทางจากจังหวัดฟุคุอิเพื่อมาลงหลักปักฐานในแถบนาคะฟูราโน่ เขาเริ่มต้นบุกเบิกพื้นที่แถบนี้ด้วยการปรับปรุงสภาพพื้นดินเพื่อให้พร้อมสำหรับการทำเกษตรกรรม ด้วยการลองผิดลองถูกกับพืชผลมากมายกว่าที่จะได้เริ่มต้นปลูกลาเวนเดอร์จริงๆ ก็ประมาณปี ค.ศ.1958 โดยคนรุ่นหลานอย่าง ทาดาโอะ โทมิตะ เริ่มปลูกลาเวนเดอร์โดยมีสมาชิกในครอบครัวคอยช่วยเหลือ โดยหวังที่จะสร้างฟาร์มให้เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญ ในการผลิตน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์เพื่อออกวางจำหน่าย ซึ่งดูเหมือนตลาดน้ำหอมกำลังไปได้ดีในเวลานั้น ทว่ายังไม่ทันได้ทำน้ำหอมของตัวเองออกจำหน่าย อุตสาหกรรมการผลิตน้ำหอมในญี่ปุ่นดูเหมือนจะซบเซาลงในช่วงเวลาต่อมา อันเนื่องมาจากการนำเข้าน้ำหอมราคาถูกจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการนำสารสังเคราะห์มาใช้แทนการผลิตน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ทำให้ต้นทุนของน้ำหอมถูกลงเป็นอย่างมาก เมื่อตลาดน้ำหอมดำเนินไปในแนวทางนี้ จึงทำให้กลุ่มผู้ผลิตน้ำหอมเลิกกิจการไปมากมาย พร้อมๆ กับฟาร์มลาเวนเดอร์อีกหลายแห่งที่ต้องปิดตัวลง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้โทมิตะต้องคิดหนักอีกครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะยืนหยัดทำฟาร์มลาเวนเดอร์ต่อไปแม้จะต้องประสบปัญหาขาดทุน
แต่แล้วสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1976 เป็นต้นมา เมื่อช่างภาพจากบริษัทขนส่งมวลชนที่ยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่นอย่างการรถไฟญี่ปุ่น (Japan Railway) เลือกภาพท้องทุ่งลาเวนเดอร์อันแสนงดงามของฟาร์มโทมิตะเป็นหนึ่งในภาพปฏิทินประจำปีของการรถไฟ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะใครๆ ก็อยากที่จะสัมผัสกับความงดงามของท้องทุ่งสีม่วงที่เต็มไปด้วยดอกลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นความสำเร็จจากปฏิทินในปีนั้น ทำให้ฟาร์มโทมิตะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นกอบเป็นกำ และต่อยอดมาสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลาเวนเดอร์อีกมากมาย ซึ่งนอกจากน้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์แล้ว ก็ยังมีสบู่ลาเวนเดอร์ น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ดอกไม้แห้งอบหอม ฯลฯ อีกทั้งนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าชมกระบวนการผลิตได้อย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าเสน่ห์ของทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงแห่งนี้ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะลาเวนเดอร์ยังสามารถนำไปประยุกต์เป็นเมนูอร่อยๆ ได้อีกหลายเมนู อาทิ ซอฟท์ครีมลาเวนเดอร์ พุดดิ้งลาเวนเดอร์ เครื่องดื่มซ่าๆ อย่างโซดาลาเวนเดอร์และอีกมากมาย
นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องการปลูกลาเวนเดอร์แล้ว ฟาร์มโทมิตะยังมีการพัฒนาดอกไม้อีกหลากสายพันธุ์ให้ผลิดอกออกใบและสีสันที่สวยสดงดงาม ดังจะเห็นได้จากทุ่งดอกไม้ 7 สีหรือทุ่งอิโรโดริ (Irodori Field) ที่มีทั้งสีม่วง สีขาว สีแดง สีส้ม สีชมพู ฯลฯ งดงามดั่งสายรุ้งเลยทีเดียว
 




 
ขอขอบคุณข้อมูล :
http://www.jnto.or.th/japanstory/Farm_Tomita.php

 

 
 
Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top