ทัวร์ญี่ปุ่น : Top 10 สถานที่ท่องเที่ยวเกียวโต
Sep 26, 2016 
Top 10 สถานที่ท่องเที่ยวเกียวโต
 
เกียวโต (Kyoto)
          เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นในอดีต ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกหรือ “คันไซ” บนเกาะฮนชู (Honshu) เมืองเกียวโตมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยบ้านเมืองแบบเก่าและเป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่นโบราณ มากไปกว่านั้นเกียวโตยังเป็นที่ตั้งของวัดและศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยนิยมไปสักการะหลายแห่งด้วย ภาษาที่ใช้ คือ ภาษาญี่ปุ่น หน่วยเงินที่ใช้ คือ เงินเยนญี่ปุ่น (Japanese Yen) หรือ JPY
 
วัดคิโยมิสึ (Kiyomizudera Temple) หรือวัดน้ำใส
 

 
          รู้จักกันในนาม “วัดน้ำใสแห่งเกียวโต” เพราะเป็นทางผ่านของทางน้ำแห่งน้ำตกโอโตวา (Otowa Waterfall) ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และภายในวัดก็มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับน้ำจากน้ำตกไว้ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้มาตักดื่มเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วัดแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 798 และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1633 วัดแห่งนี้มีจุดเด่นเรื่องสิ่งก่อสร้างระเบียงไม้ขนาดใหญ่โตสวยงามโอ่อ่าในเขตวิหารหลัก ที่ก่อสร้างโดยมิได้ใช้ตะปูสักตัวเดียวจนทำให้วิหารและระเบียงแห่งนี้ได้ขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1994 นอกจากนั้นในบริเวณสวนของวัดยังมีต้นซากุระกว่าพันต้น เป็นจุดชมซากุระบานยอดนิยมอีกแห่งหนึ่ง
 
ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)
 
         
           เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตอีกแห่งของเกียวโต ที่สร้างขึ้นโดยชาวนาท้องถิ่นเพื่อถวายเทพเจ้าจิ้งจอก (เทพเจ้าแห่งธัญพืช) ในราวปีค.ศ. 711และยังเป็นที่พำนักของพระแม่โพสพตามความเชื่อท้องถิ่นที่ช่วยให้การเกษตรของเมืองอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้ คือ แนวประตูไม้โทริอิสีแดงที่เรียงรายนับพันต้นซึ่งนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ขอพรและสร้างเสาแนวประตูถวายจะช่วยให้กิจการสำเร็จสมหวัง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีแนวประตูยาวไปถึงยอดเขาร่วม 4 กิโลเมตร แนวประตูโทริอินี้ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกแห่งของเกียวโตเลยทีเดียว
 
วัดซันจูซันเก็นโดะ (Sanjusangendo Temple)
 

 
          วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1164 โด่งดังเรื่องรูปแกะสลักขนาดเท่าคนจริงของแม่พระโพธิสัตว์กวนอิมที่แกะสลักจากไม้ฉาบทองในปางต่างๆ เป็นจำนวน 1,001 ปาง (องค์) ประดิษฐานในวิหารยาวกว่า 120 เมตร เชื่อกันว่าเป็นงานศิลปะในศตวรรษที่ 12 และวิหารไม้แห่งนี้ถือเป็นวิหารไม้ที่ยาวที่สุดของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นพระประธานในวิหารแห่งนี้ยังเป็นงานแกะสลักรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมพันกรโดยช่างฝีมือโบราณชื่อดัง ตันเกอิ (Tankei) ในปี ค.ศ. 1264 และบริเวณด้านหน้ายังมีงานแกะสลักเทพเจ้าต่างๆ ในศาสนาฮินดู 28 องค์ และเทพเจ้าตามความเชื่อของญี่ปุ่นอีก 2 องค์ โดยงานแกะสลักทั้งหมดนี้เป็นศิลปะสมัยคามาคุระ (Kamakura) หรือราวศตวรรษที่ 12-13
 
วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple)
 
 

          วัดมรดกโลก วัดแห่งศาสนาพุทธขนาดใหญ่ ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 886 เป็นวัดที่จักรพรรดิยูดะ (Emperror Uda) เคยมาผนวช เป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธลัทธิโอมูระ ชินกอน (Omura Shingon) วัดนี้เคยถูกเผาทำลายในช่วงสงครามโอนิน (Onin War) และได้รับการบูรณะใหม่ราว 150 ปีที่ผ่านมา สิ่งก่อสร้างดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน คือ เจดีย์ 5 ชั้น ลวดลายบนกำแพงวัด และสวนเชอรี่แคระ นอกจากนั้นวัดแห่งนี้ก็ยังเคยเป็นพระราชวังเก่าในอดีตอีกด้วย
 
วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทอง
 
       
          วัดประจำนิกายเซนชื่อดังประจำเมืองอีกแห่งที่มีศาลาที่ตกแต่งด้วยแผ่นทองคำบริสุทธิ์ตั้งอยู่กลางสระน้ำในสวนสวย เป็นหนึ่งในวัดในเกียวโตที่สำคัญอันดับต้นๆ และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองเกียวโต เคยเป็นที่ประทับของโชกุนอะชิกะงะ โยชิมิตสึ (Ashikaga Yoshimitsu) ในปี ค.ศ.1397 วัดแห่งนี้คนไทยเรารู้จักกันอย่างกว้างขวางเพราะเคยกล่าวถึงในการ์ตูนเณรน้อยเจ้าปัญญา “อิกคิวซัง” ที่มักมาเล่นทายปริศนากับท่านโชกุนโยชิมิตซึ เดิมทีวัดแห่งนี้เป็นบ้านพักตากอากาศของรัฐบุรุษไซออนจิ คิซึเนะ (Sionji Kitsune) และโชกุนโยชิมิตซึได้ขอซื้อเพื่อเป็นที่ประทับ และได้รับการเปลี่ยนเป็นวัดหลังจากพระองค์สวรรคตไปแล้ว
 
วัดกินคะคุจิ (Ginkakuji) หรือวัดเงิน
 

          วัดแห่งนิกายเซนที่เป็นวัดคู่กับวัดคินคะคุจิ แต่เดิมเป็นพระตำหนักหลวงที่สร้างขึ้นโดยท่านโชกุนโยชิมิตสึเช่นกัน ถึงแม้วัดนี้จะขึ้นชื่อว่าวัดเงิน แต่ก็ไม่ได้หุ้มด้วยเงินดังชื่อ เพราะหลังท่านโชกุนสิ้นพระชนม์ พระตำหนักแห่งนี้ก็ได้ผันเปลี่ยนมาเป็นวัดแทน และไม่ได้มีการสานต่อพระราชดำริเดิมที่ตั้งไว้ แต่ทั้งนี้วัดกินกะคุจิก็มีงานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีสวนสวยขนาดใหญ่ ที่มีทั้งส่วนของสวนทราย (Sand Garden) สวนมอส (Moss Garden) และสระน้ำขนาดใหญ่ วัดแห่งนี้จัดเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งของเกียวโต
 
ราสาทนิโจ้ (Nijo Castle)
 

 
          เขตมรดกโลกอีกแห่งของญี่ปุ่น ปราสาทนิโจ้เป็นปราสาทเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1603 เพื่อเป็นด่านปราการป้องกันตัวพระราชวังนิโนมารุ (Ninomaru Palace) และพระราชวังฮอนมารุ (Honmaru Palace) ซึ่งอยู่เขตในชั้นใน ขึ้นชื่อเรื่องสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่อันสวยงาม และงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมภายในที่หาชมได้ยาก การไปเที่ยวชมปราสาทนิโจ้ ควรไปแต่เช้า เพราะพื้นที่ปราสาทและพระราชวังภายในมีขนาดใหญ่มาก และนักท่องเที่ยวหนาแน่นทั้งวัน หากไปสายอาจไปชมได้ไม่ทั่ว
 
ถนนสายกาน้ำชาและวัฒนธรรมฮิกาชิยามะ (Higashiyama Historic District)
 
   
       ถนนเก่าแก่ราวสองกิโลเมตรในเขตเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี แต่เดิมเคยเป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ใกล้กับวัดน้ำใสและศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ปัจจุบันเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและขนมพื้นเมือง รวมไปถึงร้านน้ำชา ร้านกาแฟและร้านอาหารท้องถิ่น บ้านเรือนในแถบนี้ยังเป็นลักษณะอาคารไม้แบบดั้งเดิม มากไปกว่านั้นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นก็นิยมแต่งชุดกิโมโนมาเดินบนถนนเส้นนี้ด้วย และในช่วงเทศกาลฮานะโตะโระ (Hanatoro) ระหว่างเดือนมีนาคมจะมีการตกแต่งด้วยโคมไฟสวยงามหลายพันดวง แถมร้านค้าก็จะปิดดึกกว่าปกติในช่วงนี้
 
ตลาดอาหารนิชิกิ (Nishiki Market)
 
     
          ถนนและตลาดนัดอาหารสดขนาดใหญ่ที่มีทั้งอาหารและขนมพื้นเมืองให้เลือกมากมาย เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 400 ปี เจ้าของฉายา “ห้องครัวแห่งเกียวโต” ร้านอาหารในตลาดแห่งนี้ไม่ได้เน้นแต่ขายอาหารคาว-หวานเท่านั้น แต่ยังมีคลาสสอนทำอาหารให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เรียนรู้และร่วมครีเอทเมนูโปรดส่วนตัวอีกต่างหาก และในบริเวณถนนด้านหลังของตลาดก็เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นสาเกดั้งเดิมที่คุณสามารถเข้าไปทัวร์ชมการผลิตสาเกและร่วมชิมสาเกพื้นเมืองได้อีกด้วย
 
อะราชิยาม่า (Arashiyama)
 

 
      เมืองเล็กๆ ชานเมืองเกียวโต เป็นเมืองเก่าแก่และเป็นที่เที่ยวยอดนิยม มีธรรมชาติสวยงามขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางรถไฟอันแสนโรแมนติกและทางเดินสายป่าไผ่ (Bamboo Grove) ที่ใครไปใครมาที่นี่ก็ต้องแวะมาเซลฟี่เป็นที่ระลึก ในช่วงซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสี เมืองนี้ก็จัดเป็นจุดหมายสำคัญในการมาชมสีสันของฤดูกาล นอกจากนั้นในเขตของอะราชิยาม่าก็ยังที่เที่ยวดังๆ อื่นอีกหลายแห่ง เช่น สะพานโบราณ สวนลิง ถนนสายประวัติศาสตร์ บ้านริมน้ำ บ้านนักปราชญ์ รวมไปถึงวัดและศาลเจ้าโบราณที่น่าสนใจมากมาย

 

ขอบคุณข้อมูล : https://www.skyscanner.co.th/news/

 
 
Copyright © 2012-2017 Worantex Education and Travel Co., Ltd. All rights reserved.
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด
ใบอนุญาตฯ นำเที่ยว เลขที่ 11/05838
เลขที่ 7 ซอยรามคำแหง 60 แยก 9 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-374-1300 โทรสาร 02-374-2600
อีเมล์ : info@wtravel.co.th
ไลน์ : @wtravel
ขอขอบคุณลูกค้าองค์กรที่ไว้วางใจใช้บริการ 


 
       
 
บริษัท วอร์แรนเทกซ์ เอ็ดดูเคชั่น แอนด์ ทราเวิล จำกัด ดำเนินกิจการพานักท่องเที่ยว และนักเรียน-นักศึกษา เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการท่องเที่ยว และการศึกษา เท่านั้น
ไม่ได้ดำเนินกิจการ เพื่อพาเดินทางไปทำงาน หรือไปวัตถุประสงค์อื่นๆ และหากมีผู้แอบอ้างนำชื่อบริษัทฯ ไปใช้เพื่อพาท่านยื่นขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ โปรดแจ้งบริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  คลิ๊ก

10 อันดับสายการบิน ปลอดภัยมากที่สุดในโลก | สถานที่ท่องเที่ยวแสนงดงามที่ต้องไปเยือนสักครั้ง | เกร็ดความรู้ การเดินทางด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย | จองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับเรา | 4 วิธี ป้องกันกระเป๋าเดินทางหาย | บริการทัวร์กรุ๊ปเหมาพิเศษ | ชำระค่าทัวร์ด้วย SCB Bill Payment ง่าย สะดวก ไม่มีค่าธรรมเนียม

offline Close

Image
Top